ด้านหลังไป๋อิงปรากฏวงแสงเจ็ดวง ภายในแต่ละวงมีเงาของศาสตราเทพแตกต่างกันลอยเลื่อนอยู่ กระบี่เซวียนหยวนแผ่คมปราณที่สามารถฟาดฟันแยกฟ้าดิน เตาหลอมเสินหนงส่งกลิ่นอายแห่งการหลอมสรรพสิ่ง ส่วนกระจกคุนหลุนสะท้อนภาพลวงตาของห้วงเวลาที่เหลื่อมซ้อนกัน... แม้เงาเหล่านี้จะมีพลังไม่ถึงหนึ่งในหมื่นส่วนของศาสตราเทพตัวจริง แต่แรงกดดันโบราณที่แผ่ออกมากลับทำให้พลังวิญญาณในรัศมีร้อยลี้จับตัวแข็งค้าง
“ค่ายกลเจ็ดพิฆาตดับวิญญาณ...” มุมปากของไป๋อิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
นี่คือค่ายกลสังหารไร้เทียมทานที่นางเพิ่งเสี่ยงชีวิตสร้างขึ้นสำเร็จ
นางใช้ยันต์อักขระโบราณที่ไม่สมบูรณ์เป็นสื่อนำทาง อาศัยพลังแรงกดดันจากแดนเบื้องบนภายในถ้ำเป็นต้นกำเนิด แล้วจำลองค่ายกลสังหารไร้เทียมทานในตำนาน ซึ่งต้องอาศัยศาสตราเทพโบราณทั้งเจ็ดร่วมกันขับเคลื่อนขึ้นมาอีกครั้ง
แม้ในค่ายกลนี้จะไม่มีศาสตราเทพตัวจริงหลงเหลืออยู่ มีเพียงเงาของศาสตราเทพเหล่านั้นคอยเสริมพลัง แต่การสังหารผู้บำเพ็ญจากโลกเบื้องล่างตรงหน้าเหล่านี้ก็เหลือเฟือแล้ว!
“นี่มัน...” เจินเหรินทิงหลานค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง รูม่านตาหดวูบในฉับพลัน
เขาเห็นไป๋อิงยืนเดียวดายอยู่กลางค่ายกล วงแสงทั้งเจ็ดหมุนวนช้า ๆ อยู่เบื้องหลังนาง ทุกครั้งที่หมุนจะก่อให้เกิดพายุพลังวิญญาณที่ทำลายฟ้าดิน
การโจมตีของยอดฝีมือขั้นหลอมสุญญตาทั้งเก้ายังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกแรงกดดันจากศาสตราเทพที่แผ่ออกมาจากวงแสงบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง!
เว่ยจี้ที่อยู่ไกลออกไปยิ่งตกตะลึงจนจิตใจสั่นสะท้าน ขาทั้งสองอ่อนยวบอย่างควบคุมไม่อยู่
