“แย่แล้ว! วานรวิญญาณถอนขนออกมานับไม่ถ้วน แล้วเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นลูกวานรทั้งหมด!”
ผู้คนในที่เกิดเหตุต่างร้องลั่นขึ้นมาทันที
พวกเขาเพิ่งเห็นกับตาว่าลูกวานรเหล่านี้มีอานุภาพเพียงใด แค่ตัวเดียวก็น่ากลัวถึงเพียงนั้นแล้ว ยามนี้กลับมีมากมายถึงเพียงนี้
“เช่นนั้นไป๋อิงมิแย่แล้วหรือ? เดิมทีข้ายังนึกว่านางจะชนะเสียอีก!”
“ถึงวานรตัวนี้จะไม่ถอนขน ไป๋อิงก็ยังสู้มันไม่ได้อยู่ดี! ต่อให้วานรวิญญาณมีท่วงท่าไม่มาก แต่มันก็อยู่ในขั้นหยวนอิง แม้จะเทียบกับขั้นหยวนอิงของผู้บำเพ็ญมนุษย์ไม่ได้ แต่การสังหารผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานช่วงปลายสักคนก็เหลือเฟือ! ต่อให้ไป๋อิงเก่งเพียงใด ขอบเขตการบำเพ็ญของนางก็เป็นข้อจำกัดอยู่ดี”
คนผู้นั้นส่ายหน้าเบา ๆ ไม่เห็นว่าไป๋อิงจะมีโอกาสชนะ คำพูดทั้งหมดของนาง ในสายตาเขาล้วนเป็นเพียงการฝืนข่มขู่ให้วานรวิญญาณหวาดกลัว
จะทะลวงขั้นสร้างฐานภายในสามวันนั้นเป็นไปไม่ได้ นอกจากมู่หรงจิ่นเจ้าคนประหลาดนั่น ก็ไม่เคยมีใครทำได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้น...
“แม้แต่มู่หรงจิ่นก็ยังไม่ใช่คู่มือของวานรวิญญาณตัวนี้ ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองช่วงต้นจะต่อกรกับขั้นหยวนอิง ย่อมยากเย็นนัก!”
ทันทีที่คนผู้นั้นกล่าวจบ แววตาของคนอื่น ๆ ก็หม่นแสงลง
พวกเขามองลูกวานรจำนวนนับไม่ถ้วนที่วานรวิญญาณแปลงกายออกมาพุ่งเข้าใส่ไป๋อิง ต่างคิดว่านางคงมีชะตาไม่ต่างจากเซียวอวี้และคนอื่น ๆ
แต่ในช่วงเวลาสำคัญนี้เอง ไป๋อิงกลับยกกระบี่ในมือขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว กระบี่ยาวของนางพลิ้วไหวดุจภูตพราย วาดลวดลายต่อเนื่องไม่หยุด ใบกระบี่วับวาวราวกับกลีบบุปผาพร่างพรูลงมานับไม่ถ้วน จากนั้นไป๋อิงก็รวบรวมกำลังทั้งหมด ฟาดฟันออกไปเบื้องหน้าอย่างเต็มแรง อานุภาพอันแข็งแกร่งถึงกับผ่ามิติให้แหลกสลาย!
