ถึงตานางแล้วหรือ?
ผู้คนในที่นั้นไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของไป๋อิงเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาเห็นไป๋อิงคว้ามือของวานรวิญญาณไว้แน่น ก่อนเริ่มออกแรง
มีคนตะโกนขึ้นด้วยความตกตะลึงว่า
“หรือว่านางยังคิดจะจับวานรวิญญาณทุ่มอีก?”
“นางฝันไปหรือไร นั่นคือปีศาจอสูรขั้นทารกแรกกำเนิดเชียวนะ ผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานตัวเล็ก ๆ อย่างนางจะไปสั่นคลอนมันได้อย่างไร...”
ทว่าคำพูดยังไม่ทันจบ วานรยักษ์ที่เดิมทีสง่างามน่าเกรงขามก็ถูกไป๋อิงทุ่มออกไปอย่างแรงด้วยพละกำลังอันเหลือเชื่อ
เสียงดังสนั่นราวสายฟ้าฟาด วานรวิญญาณร่างมหึมากระแทกพื้นอย่างหนัก ฝุ่นฟุ้งตลบไปทั่ว แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนเบา ๆ ต้นไม้รอบข้างพลันไหวระริก ใบไม้ร่วงกราวลงมา
ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เนิ่นนานก็ยังหุบปากไม่ลง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปได้อย่างไร?”
“นางทำได้อย่างไร?”
กู้ชิงโจวยิ่งเบิกตาแทบถลนออกมา
เขาจำได้ว่าศิษย์น้องห้าของตนมีพลังบำเพ็ญธรรมดาสามัญ ไม่ได้เก่งกาจอะไรนัก
แต่เหตุใดนางจึงสั่นคลอนวานรวิญญาณได้?
ไป๋อิงยังคงมองวานรวิญญาณด้วยท่าทีสงบนิ่ง ถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อครู่นางใช้กระบวนท่าที่คิดค้นขึ้นในชาติก่อนโดยเฉพาะ เพื่อรับมือกับปีศาจอสูรสายพละกำลัง
ในอดีต ด้วยพลังบำเพ็ญของนาง แค่ทุ่มครั้งเดียวก็ทำให้อวัยวะภายในของปีศาจอสูรขั้นทารกแรกกำเนิดแหลกสลาย พวกมันสิ้นใจได้ในพริบตา
