เหอเซียงเฉินไม่ได้พูดอะไรมาก ก้าวเท้าไปนั่งลงบนที่นั่งประธานอย่างไม่เกรงใจ
หยางอานนั่งอยู่ข้างเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี ดวงตาที่มองเหอเซียงเฉินซ่อนความรักใคร่ไว้อย่างระมัดระวัง
เหอเซียงเฉินรับรู้ถึงสายตาร้อนแรงที่มองมาจากข้างกายจนชิน เขารู้ดีว่าหยางอานคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่คิดจะเปิดโปง เพียงเหลือบมองหยางอานจากหางตา แล้วยิ้มให้บาง ๆ ทำเอาฉากหน้าที่หยางอานพยายามประคองไว้แทบพังทลายลงอีกครั้ง
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ละสายตากลับมา
เมื่อทุกคนเห็นเหอเซียงเฉินนั่งลง บรรยากาศก็ยิ่งคึกคักขึ้น ไม่นานงานเลี้ยงก็เริ่มสนุกสุดเหวี่ยง ทุกคนเขย่าถ้วยลูกเต๋าพลางส่งเสียงโห่ร้อง คนที่แพ้สบถเบา ๆ ก่อนกดกระดิ่งเรียกบริการ แล้วสั่งพนักงานต้อนรับมาเป็นพรวนเพื่อเพิ่มความครึกครื้น
หยางอานมองกลุ่มคนที่ส่งเสียงเอะอะเหล่านี้ แววตาฉายความรังเกียจวูบหนึ่ง
คนพวกนี้ล้วนเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ที่ถูกทอดทิ้ง หมดหวังจะได้อำนาจที่แท้จริงในตระกูลไปตลอดชีวิต จึงทำได้เพียงปล่อยตัวเมามายไปวัน ๆ
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่เหมือนกับคนเหล่านี้
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาก็แอบเหลือบมองเหอเซียงเฉินที่นั่งอยู่ข้างกาย
ชายหนุ่มเอนกายพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน กำลังเอียงหน้าฟังคนข้าง ๆ พูด ใบหน้าประดับรอยยิ้มสนอกสนใจ ข้างใบหน้าอันสมบูรณ์แบบหล่อเหลาไร้ที่ติภายใต้แสงไฟสลัวพร่า
หยางอานรู้สึกว่าหัวใจของตนเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
