ผ่านไปพักใหญ่ หลิ่วอวี่ถึงเพิ่งนึกออก
“อ้อ ๆ! นึกออกแล้ว คนนั้นที่หน้าตาหล่อมากใช่ไหม!”
“ใช่! หล่อมาก!” หลี่ชิงพยักหน้ารัว ๆ
หลิ่วอวี่มองท่าทางของเขาแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะแบมือทั้งสองข้างอย่างจนปัญญา “ฉันรู้ว่านายพูดถึงใคร แต่คนคนนั้นเป็นใครกันแน่ ฉันก็ไม่รู้จริง ๆ”
“ฉันรู้แค่ว่าเขาเป็นลูกค้าประจำของสโมสร แล้วเวลาเขามาก็มักจะเรียกพนักงานต้อนรับ ซึ่งเลือกแต่โอเมก้าเท่านั้น ฉันเคยเห็นพี่จางคุยกับเขาอยู่สองสามครั้ง ดูจากท่าทีของพี่จางแล้ว ฉันเดาว่าอัลฟ่าคนนั้นคงมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา แต่ถามถึงเขาทำไมล่ะ?”
พูดจบ หลิ่วอวี่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที สายตาที่มองหลี่ชิงมีแววพิจารณาและจริงจังขึ้นหลายส่วน “หลี่ชิง นายคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นใช่ไหม?”
หลี่ชิงกำลังครุ่นคิดอยู่ พอได้ยินคำพูดของหลิ่วอวี่กะทันหันก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง
“คิดอะไรแบบนั้น? คิดอะไร?”
หลิ่วอวี่จ้องหลี่ชิงนิ่ง ๆ เห็นดวงตาของเขาใสกระจ่าง สีหน้าฉงน แถมยังมีความซื่ออยู่หลายส่วน ถึงค่อยลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก โบกมือแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไร ถ้าไม่เข้าใจก็ช่างเถอะ”
หยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็เสริมอีกประโยคว่า “...หลี่ชิง พวกเราทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่นี่อย่างสงบเสงี่ยมก็ดีแล้ว เงินเดือนเดือนละหนึ่งถึงสองหมื่น คนข้างนอกตั้งเยอะยังไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงเลย”
