สายตาของจางเฉินค่อย ๆ เลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ชุดสูทสีขาวซึ่งหลี่ชิงกอดไว้ในอ้อมแขน
กลิ่นกาแฟหอมเข้มข้นที่ติดอยู่บนนั้น เขาคุ้นเคยจนไม่อาจคุ้นเคยไปมากกว่านี้ได้แล้ว :)
จางเฉินกระแอมเบา ๆ เพื่อกลบแววตาวูบไหว ก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ยถามว่า “นี่อะไรเหรอ?”
สายตาของเขาราวกับหนักอึ้งนับพันชั่ง หลี่ชิงเผลอกอดเสื้อในอ้อมแขนแน่นขึ้น เม้มปากแล้วทำหน้าหม่น
ถ้าจางเฉินรู้ว่าเขาทำเหล้าหกใส่ลูกค้า คงหนีไม่พ้นโดนดุยกใหญ่
แต่ตอนนี้จางเฉินยืนอยู่ตรงหน้าแล้วถามเขาเช่นนี้ หลี่ชิงจึงไม่กล้าโกหก
หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดหลี่ชิงก็ยอมสารภาพตามตรง
เขาก้มหน้า เล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียดทุกประการ
จางเฉินฟังจบ สีหน้าดูแปลกไปเล็กน้อย เขาไม่ได้โกรธจัดอย่างที่หลี่ชิงคาดไว้ กลับเลิกคิ้วถามว่า “เขาให้คุณชดใช้เหรอ? เท่าไหร่?”
คำถามนี้แทงใจดำหลี่ชิงอย่างแม่นยำ จนเขาไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าจางเฉินไม่ได้โกรธเลยแม้แต่น้อย
“ครับ แต่เขาไม่ได้บอกว่าต้องชดใช้เท่าไหร่”
จู่ ๆ หลี่ชิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปมองจางเฉิน
“พี่จาง พี่รู้ไหมครับว่าชุดนี้ราคาประมาณเท่าไหร่?”
พูดพลางยื่นชุดสูทในมือไปข้างหน้าเล็กน้อย
หากเป็นเวลาปกติ ต่อให้เพิ่มความกล้าให้หลี่ชิงอีกสิบเท่า เขาก็ไม่กล้าทำแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาร้อนใจอยากรู้ว่าตัวเองติดหนี้ก้อนโตแค่ไหน จึงไม่ทันคิดอะไรมาก
