บทที่ 29 ขอถามหน่อยค่ะ คุณเป็นญาติของชูอวี๋หรือเปล่า?
ไม่รู้ทำไม พอเห็นข้อความนี้ ซืออี่เหิงก็นึกถึงภาพชูอวี๋ที่สั่นไปทั้งตัว พูดเสียงสั่นเครือและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
น่าสงสารจริง ๆ
เอทีเอ็ม: อย่ากลัวนะ อยากส่งข้อความมาหาฉันเมื่อไรก็ได้
ปลาน้อยแหวกว่าย: ตอนนี้ฉันกำลังตัวสั่นอยู่
เอทีเอ็ม: เพื่อนของเธอเป็นคนแบบไหน
ข้อความของซืออี่เหิงดึงความสนใจทั้งหมดของชูอวี๋ไปได้ทันที ทำให้เธอจดจ่ออยู่กับการเล่าให้ซืออี่เหิงฟังว่าข้าวโพดทองคำเป็นคนแบบไหน
อารมณ์ของชูอวี๋ค่อย ๆ ผ่อนคลายลงทีละนิด ร่างกายที่สั่นอยู่ก่อนหน้านี้ก็ค่อย ๆ สงบลง
ร้านกาแฟที่เย่หนิงเลือกอยู่บนถนนสายหนึ่งซึ่งเรียงรายไปด้วยต้นอู๋ถง ต้นไม้สองข้างทางสูงใหญ่และใบหนาทึบ
แสงแดดลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ ร่วงลงบนพื้นเป็นประกายระยิบระยับดุจเศษทอง พอลมพัด เศษทองเหล่านั้นก็ไหววูบและตกกระทบบนกระจกของร้านกาแฟ
เย่หนิงมองเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างกระจกตั้งแต่แรกเห็น หญิงสาวมีผิวขาวเนียน ก้มหน้าเผยให้เห็นท้ายทอยงดงาม เส้นผมสองสามเส้นถูกทัดไว้ข้างหู
ใบหน้าด้านข้างงดงามไร้ที่ติ ดวงตาของเย่หนิงเป็นประกายขึ้นมาทันที
เมื่อนึกถึงที่ชูอวี๋บอกล่วงหน้าว่าเธอสวมกระโปรงสีชมพูมา เย่หนิงก็มั่นใจทันทีว่าสาวสวยคนนั้นคือชูอวี๋
เย่หนิงรีบข้ามถนนไปเคาะกระจกนอกร้านกาแฟ
ชูอวี๋ได้ยินเสียงจึงเงยหน้ามองไป แล้วก็สบเข้ากับใบหน้างดงาม ใบหน้าสวยของเย่หนิงมีความคมคายอยู่บ้าง ดูสดใสเจิดจ้า
เมื่อสบตากัน ทั้งสองต่างก็พอใจอีกฝ่ายจนเห็นได้ชัดในแววตา
