นายทหารจากเขตทหารตะวันออกเฉียงใต้จ้องศพในชุดคลุมดำเขม็ง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
“นั่นหลี่ชางจริง ๆ...”
ริมฝีปากเขาขยับ เสียงแหบแห้งราวกับกระดาษทรายเสียดสีกัน
เมื่อครู่เขายังหัวเราะเยาะ ไม่เชื่อว่านายทหารหญิงพูดจริง
อย่างไรเสีย อย่าว่าแต่ยอดฝีมือขั้นเจ็ดช่วงปลายห้าคนเลย
ต่อให้มีขั้นเจ็ดช่วงปลายสักร้อยคนรุมเข้าใส่ ก็ยังฆ่ายอดฝีมือขั้นแปดไม่ได้
ช่องว่างระหว่างขั้นแปดกับขั้นเจ็ดนั้นลึกยิ่งกว่าหุบเหวเสียอีก
แต่ศพตรงหน้ากลับเหมือนฝ่ามือฉาดใหญ่ ตบเข้าที่หน้าเขาเต็มแรง
หลี่ชางเป็นอาชญากรที่ถูกทางสหพันธรัฐแคว้นเซี่ยออกหมายจับ
เขาไม่มีทางจำใบหน้านี้ผิด!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ นายทหารก็อดโล่งใจไม่ได้ที่เมื่อครู่ยังพูดไม่เต็มปาก
ไม่อย่างนั้นคงโดนตบหน้าดังฉาดกว่านี้แน่
แต่พอตั้งสติได้ เขาก็รู้สึกข้องใจ
ถึงอย่างไรหลี่ชางก็เป็นยอดฝีมือขั้นแปดช่วงต้น
แม้จะอยู่ขั้นแปดช่วงต้นเหมือนกัน เขาก็ยังปราบอีกฝ่ายได้ยาก
เว้นแต่โจวจ้านซึ่งอยู่ขั้นแปดช่วงกลางจะลงมือ
แล้วกลุ่มยอดฝีมือขั้นเจ็ดช่วงปลายพวกนี้ทำได้อย่างไร?
ในเวลาเดียวกัน
โจวจ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คุกเข่าลงตรวจศพ
เขาใช้นิ้วเขี่ยเสื้อคลุมที่ขาดตรงอกของหลี่ชางออกเบา ๆ
เนื้อรอบบาดแผลฉีกขาด แต่กลับเรียบเนียนผิดปกติ
ทั้งยังแผ่กลิ่นอายคมกริบของการฟันตัดออกมาอย่างถึงที่สุด
ราวกับถูกกระบี่ไร้รูปร่างแทงทะลุ
โจวจ้านหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนหันไปมองศพเซวี่ยสือซาน
บาดแผลฉกรรจ์ของเธอก็อยู่ตรงอกเช่นกัน
ทั้งสะอาดหมดจด ทั้งมีเจตจำนงกระบี่หลงเหลืออยู่เหมือนกัน
