ภายในหุบเขา เสียงลมครวญคราง
ทุกคนยืนนิ่งอยู่กับที่ เนิ่นนานกว่าจะได้สติกลับคืนมา
ริมฝีปากของนายทหารหญิงเผยอค้าง สายตาจับจ้องศพสองร่างบนพื้นอย่างไม่วางตา
ยอดฝีมือขั้นแปดสองคน ตายลงแบบนี้แล้ว!
หากไม่ได้เห็นกับตา เธอคงนึกภาพไม่ออกแน่
เมื่อครู่ก่อน ทั้งสองยังองอาจผยองตน ราวกับไม่มีใครเทียบได้
แต่เพียงชั่วพริบตา กลับกลายเป็นศพเย็นชืดอยู่บนพื้น
นายทหารสองคนยืนอยู่ด้านหลังเธอ ต่างมองหน้ากันไปมา
แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและสับสนไม่ต่างกัน
เย่เซียวทรุดนั่งลงกับพื้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
เขาอ้าปาก แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังพูดอะไรไม่ออก
กลางอากาศ
เจียงเทียนกวาดตามองศพของหลี่ชางกับเซวี่ยสือซาน สีหน้าเย็นชา
สายตาของเขาเลื่อนผ่านร่างหลี่ชาง ก่อนจะหยุดอยู่ที่เซวี่ยสือซาน
ลัทธิวันสิ้นโลกทำอะไรไม่เคยมีแบบแผน
เขาไม่รู้ว่าทำไมหลี่ชางถึงมุ่งหน้ามาหาตน
แต่เซวี่ยสือซานเป็นนักฆ่าจากหออสูร
เห็นได้ชัดว่าเธอลงมือกับเขาเพราะมีคนว่าจ้าง
แม้เขาจะไม่ค่อยรู้ราคาค่าจ้างของหออสูร
แต่การจ้างนักฆ่าขั้นแปดสักคน ย่อมต้องจ่ายไม่ใช่น้อย
คนที่มีทั้งทุนทรัพย์และแรงจูงใจเช่นนี้
คนที่เจียงเทียนนึกออกก็มีเพียงตระกูลหลี่
“ดูท่าฉันจะเมตตาพวกแกเกินไปสินะ”
“วันนั้นน่าจะกำจัดพวกแกให้สิ้นซากไปเลย”
“รอกลับไปก่อน แล้วฉันจะคิดบัญชีกับพวกแกให้ดี!”
ความคิดวาบผ่าน แววตาของเจียงเทียนพลันเย็นเยียบ
เขาได้สติกลับมา แล้วเก็บซ่อนความเย็นชาในดวงตา
