ชั่วขณะที่เซวี่ยสือซานตกตะลึงจนเสียสมาธิ
เจียงเทียนก็คว้าโอกาสนี้ไว้ได้
เขาหมุนตัวกลับฉับพลัน แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตา
ข้อนิ้วมือขวาที่กำแน่นดังกรอบแกรบ
พลังทั่วร่างหลั่งไหลไปรวมอยู่ในหมัดนี้ทั้งหมด
“ตายซะ!”
เจียงเทียนตวาดลั่น ก่อนซัดหมัดออกไป!
แรงหมัดพุ่งทะลัก อากาศระเบิดกระจาย
หมัดนั้นพุ่งตรงเข้าหาท้องน้อยของเซวี่ยสือซานด้วยพลังทำลายล้างทุกสิ่ง
เซวี่ยสือซานตอบสนองรวดเร็ว ยกแขนทั้งสองข้างไขว้กันขึ้นป้องกันตรงหน้า
แต่ทันทีที่พลังนั้นกระทบตัว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในฉับพลัน
“เป็นไปได้ยังไง?!”
พลังนั้นหนักหน่วงดุจขุนเขา คลุ้มคลั่งดั่งมหาสมุทร
ทันทีที่ถูกซัด เสียงกระดูกแขนทั้งสองข้างแตกหักก็ดังชัด
ร่างของเธอราวกับถูกอุกกาบาตพุ่งชน
“พรวด!”
เซวี่ยสือซานกระอักเลือดออกมาคำโต
ร่างของเธอลอยละลิ่วออกไป รวดเร็วดุจดาวตก
ก่อนจะกระแทกเข้าไปในเนินเขาเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรอย่างแรง
ตูม!
หินบนเขาแตกกระจาย เศษหินปลิวว่อน
เนินเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
“นี่...”
นายทหารหญิงยืนนิ่งอึ้ง อ้าปากค้างเล็กน้อย
นายทหารอีกสองคนยืนนิ่งค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน
เย่เซียวทรุดนั่งอยู่บนพื้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
“หมัดเดียว... ซัดมือสังหารขั้นแปดกระเด็นไปได้เลยเหรอ?”
นายทหารหญิงพึมพำ เสียงแหบพร่า
“เขาเป็นขั้นเจ็ดจริง ๆ เหรอ?”
ไม่มีใครตอบคำถามของเธอได้
มีเพียงเสียงก้อนหินกลิ้งตกลงมา ซึ่งดังก้องไปทั่วหุบเขา
อีกด้านหนึ่ง
สีหน้าของหลี่ชางก็แข็งค้างไปในทันที
เดิมทีเขาคิดว่าเจียงเทียนต้องตายแน่
ดาบของเซวี่ยสือซานครั้งนั้น แม้แต่เขายังไม่กล้ารับตรง ๆ
แต่เจียงเทียนไม่เพียงรับไว้ได้
