เจียงเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ตอนใช้กระบี่ท่าที่เจ็ด ข้อมือของเธอชะงักไปครึ่งจังหวะ”
ขณะพูด เขายกมือขวาขึ้นทำท่าจับกระบี่
“กระบี่ท่าที่เจ็ดเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนกระบวนท่า จากแทงเป็นตวัด ข้อมือต้องพลิกไปอย่างต่อเนื่องในคราวเดียว”
“ย่างก้าวมายาลวงก็มีปัญหาเหมือนกัน”
“ฝีเท้าของเธอไม่มีปัญหา จังหวะก็แม่นยำดี”
“แต่ตอนเปลี่ยนจากก้าวที่สามเป็นก้าวที่สี่ ปลายเท้าซ้ายหันเข้าด้านในมากเกินไป ทำให้ฝีเท้าติดขัดไปครึ่งจังหวะ ไม่ลื่นไหลพอ”
ไป๋อวี่เหยาตั้งใจฟัง พลางทวนคำพูดของเจียงเทียนเบา ๆ
“กระบี่ท่าที่เจ็ดต้องพลิกข้อมือรวดเดียว...”
“ปลายเท้าซ้ายห้ามหันเข้าด้านในมากเกินไป...”
เธอหลับตา ทบทวนกระบวนท่าที่เพิ่งฝึกไปเมื่อครู่อีกรอบในใจ
ครู่หนึ่งต่อมา เธอลืมตาขึ้น แววตากระจ่างชัด
“เข้าใจแล้วค่ะ คุณปู่เจียง!”
“หนูขอลองอีกครั้ง!”
ไป๋อวี่เหยาพูดพลางยกกระบี่ยาวขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ท่าทางตอนชักกระบี่ของเธอลื่นไหลกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด
แสงกระบี่เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว ไร้ซึ่งความติดขัด
การเปลี่ยนกระบวนท่าของกระบี่ท่าที่เจ็ดต่อเนื่องเป็นจังหวะเดียว ปลายกระบี่เปลี่ยนจากแทงเป็นตวัด วาดเส้นโค้งอย่างฉับไวและงดงาม
เมื่อใช้ย่างก้าวมายาลวง
ตอนเปลี่ยนจากก้าวที่สามเป็นก้าวที่สี่ เธอก็ปรับมุมปลายเท้าซ้ายเล็กน้อยตามที่เจียงเทียนบอก
ฝีเท้าทั้งชุดพลันลื่นไหลขึ้นทันตา
เงาติดตามใต้ฝ่าเท้าชัดเจนกว่าก่อนหน้าอยู่หลายส่วน
หลังใช้วิชายุทธ์ทั้งสองเสร็จ ไป๋อวี่เหยาก็พ่นลมหายใจขุ่นออกมา
