“โธ่เอ๊ย หนูไป๋ ร้องไห้ทำไม”
เจียงเทียนเห็นเธอเป็นแบบนั้นก็รีบโบกมือ
“นี่เป็นเรื่องดีนะ เรื่องดีจริง ๆ!”
ไป๋อวี่เหยาสูดจมูก น้ำเสียงอู้อี้
“หนูรู้ว่าเป็นเรื่องดี...”
แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี
ตั้งแต่ออกจากตระกูลมา เจียงเทียนเป็นคนแรกที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความเมตตา
ถ้าออกจากมหาวิทยาลัยยุทธ์ไป๋เหอแล้ว เธอก็จะไม่ได้เจอเขาอีก
แล้วจะให้เธอทำใจได้อย่างไร
“คุณปู่เจียง หนู...”
ไป๋อวี่เหยาพูดได้ครึ่งเดียว เสียงก็สะอึกขึ้นมา
“เอาละ ๆ”
เจียงเทียนเดินเข้าไปตบไหล่เธอเบา ๆ
“ใช่ว่าพอหนูไปมหาวิทยาลัยยุทธ์เจียงหนานแล้ว ตาแก่อย่างฉันจะหายไปเสียเมื่อไร”
“ฉันยังอยู่นี่ ไม่หนีไปไหนหรอก”
“อีกอย่าง ฉันก็ไปหาเธอที่นั่นได้เหมือนกัน”
เจียงเทียนพูดพลางยิ้มอย่างเอ็นดู น้ำเสียงราวกับกำลังปลอบเด็ก
ไป๋อวี่เหยาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ในที่สุดก็กลั้นน้ำตาไว้ได้
“จริงนะ”
“ตาแก่อย่างฉันเคยโกหกเธอเมื่อไร”
เจียงเทียนตบอกตัวเอง แล้วยืดหลังตรง
ไป๋อวี่เหยาเห็นท่าทางของเขาก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา
“คุณปู่เจียง อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกันว่าลำบาก”
“จะเป็นไปได้ยังไง”
“เธอไม่รำคาญตาแก่อย่างฉันก็ดีแล้ว”
เจียงเทียนเห็นเธอยิ้มออกมาได้ก็โล่งอก
หลังจากใช้เวลากับไป๋อวี่เหยามานาน
เขาก็มองอีกฝ่ายเป็นเหมือนคนในครอบครัวไปแล้วครึ่งหนึ่ง
จึงไม่อยากเห็นเธอทุกข์ใจเช่นนี้
ไป๋อวี่เหยาสูดจมูก กลืนความขื่นขมที่เหลืออยู่ลงไป
