เจียงเทียนรู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ
พริบตาต่อมา
เขาก็มาอยู่ในมิติอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง
พื้นที่แห่งนี้กว้างใหญ่กว่าตึกหลังนั้นหลายสิบเท่า
ราวกับตึกหลังนั้นถูกแยกออกแล้วขยายพื้นที่ออกมา
ภายในมิตินี้มีทั้งตำหนักและสนามฝึกยุทธ์เรียงรายให้เห็นไม่ขาดสาย
มิตินี้กว้างไกลจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
เจียงเทียนอ้าปากค้าง ฝีเท้าพลันชะงักลงโดยไม่รู้ตัว
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ รู้สึกเหมือนจิตใจถูกกระแทกอย่างรุนแรง
“นี่คือมิติอาณาเขตที่อาจารย์ใช้พลังของจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์เปิดขึ้นมา”
“ซ่อนอยู่ภายในอาคารสำนักงานใหญ่ของสำนักกระบี่สวรรค์”
“ต้องใช้ป้ายประจำสำนักเปิดประตูมิติ ถึงจะเข้าไปได้”
“ไม่อย่างนั้น ด้วยพลังของศิษย์ในสำนัก”
“ต่อให้แค่ประลองเล่นกัน ก็อาจส่งผลกระทบต่อนครจิงตูไม่น้อย”
มู่ชิงหานยืนอยู่ข้างเขา ยิ้มน้อย ๆ พลางอธิบายให้ฟัง
“มิติอาณาเขตที่เปิดขึ้นด้วยพลังของจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์...”
เจียงเทียนพึมพำทวนอีกครั้ง
เขามองมิติอาณาเขตที่กว้างสุดลูกหูลูกตา
ในใจพลุ่งพล่านด้วยความตื่นตะลึงจนยากจะบรรยาย
ฝีมือของจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสิบดูจะแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้มาก
ภาพตรงหน้า ต่อให้เรียกว่าปาฏิหาริย์ก็คงไม่เกินจริง
มู่ชิงหานคุ้นชินกับปฏิกิริยาเช่นนี้มานานแล้ว
เธอยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ รอจนเจียงเทียนได้สติ แล้วจึงเอ่ยต่อ
“ไปกันเถอะ”
“ฉันจะพาคุณไปรับป้ายสำนักกระบี่สวรรค์ที่ฝ่ายธุรการก่อน”
“พอมีป้ายแล้ว ต่อไปคุณก็เข้าออกที่นี่ได้ตามสะดวก”
