ผู้คนรอบข้างต่างมองหน้ากันไปมา แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและอิจฉา
หลายคนอดสงสัยไม่ได้เช่นกัน
เจียงเทียนทำเรื่องอันใดที่ท้าทายสวรรค์ในดินแดนลี้ลับ ถึงได้รับความสำคัญถึงเพียงนี้
แม้แต่หลิ่วฉางชิงทั้งสามคนที่รู้เรื่องราวภายใน ก็ยังเผยสีหน้าคาดไม่ถึง
พวกเขาคิดไว้แล้วว่าเจียงเทียนจะเป็นที่หมายตาของขุมกำลังต่าง ๆ
แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าแต่ละขุมกำลังจะให้ความสำคัญกับเขาถึงเพียงนี้
ถึงกับยกขบวนมาด้วยท่าทีใหญ่โตเช่นนี้
แต่พอลองคิดดูให้ดี ก็สมเหตุสมผลอยู่
เพราะเจียงเทียนไม่ได้เก่งแค่ด้านใดด้านหนึ่ง
แต่เก่งไปเสียทุกด้าน
ใครเล่าจะไม่อยากได้แม่ทัพผู้ไร้จุดอ่อนเช่นนี้มาอยู่ด้วย?
บนลานยอดเขา สายลมพัดหวีดหวิว
สายตาของศิษย์จอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามจับจ้องไปยังเจียงเทียนพร้อมกัน รอคำตอบจากเขา
เจียงเทียนมีสีหน้าเรียบเฉย
เขาไม่ได้แปลกใจกับผลลัพธ์นี้
ในดินแดนลี้ลับ เขาต่อสู้กับหลิ่วฉางชิงทั้งสามคนเพียงลำพัง และเอาชนะพวกเขาอย่างขาดลอย
หากขุมกำลังจอมยุทธ์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา นั่นต่างหากถึงจะแปลก
ส่วนจะเลือกอย่างไร เขาตัดสินใจไว้แล้วในใจ
“ขอบคุณที่ทั้งสองท่านให้เกียรติ”
เจียงเทียนประสานมือคารวะหวังสงกับเสวียนชิงก่อน น้ำเสียงสุภาพ
“แต่ผมคิดว่าสำนักกระบี่สวรรค์น่าจะเหมาะกับผมมากกว่า”
สิ้นคำ รอยยิ้มบนใบหน้าหวังสงก็แข็งค้างทันที
เขาอ้าปากเหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็พูดไม่ออก
นักพรตเสวียนชิงสะบัดแส้ปัดฝุ่นเบา ๆ ในดวงตาฉายแววผิดหวังขึ้นมาเช่นกัน
แต่ทั้งสองต่างเป็นคนที่รู้จักยอมรับผลได้
