สวีเหมิงยกมือปิดหู วิ่งเหยาะ ๆ ไปจนถึงหัวรถจักร ก่อนจะนั่งยองลงกับพื้น
“...”
เฉิงเย่เหลือบมองโลกภายนอกที่สว่างจ้า ตอนนี้เพิ่งจะตีสี่เอง
แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะมั้ง
ไฉ่ชิงสูดหายใจลึก ลุกขึ้นเดินมาหาเฉิงเย่
“ในเมื่อเธอพูดถึงขนาดนั้นแล้ว เราก็เริ่มกันเถอะ อีกอย่าง พรสวรรค์ของนายก็ต้องใช้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
ยังไงก่อนหน้านี้ก็เคยมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ทำอีกครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร
ส่วนอีกคน...
ก็แค่ไม่ต้องนับว่าเป็นคนก็พอ
“แค่ก ๆ ก็ได้ งั้นเราไปกันเถอะ”
เมื่อมาถึงข้างเตียง เฉิงเย่ก็มองสวีเหมิงที่นั่งปิดหูอยู่บนพื้น
“เธอขึ้นไปก่อน”
ไฉ่ชิงปีนขึ้นเตียงแล้วหันกลับมามอง สีหน้าพิกล “นาย...คิดเรื่องนี้ไว้ตั้งนานแล้วใช่ไหม”
“พูดอะไรน่ะ ฉันแค่เตรียมฟืนไว้ต้มน้ำเท่านั้นเอง ตอนนี้...เริ่มได้แล้ว แต่ระวังหน่อยนะ”
ไฉ่ชิงกลอกตา “ไม่ต้องเตือนหรอก แล้วฉันก็ไม่ได้...”
“แล้วใครกันที่ทำให้เพื่อนบ้านชั้นบน...”
“พอเลย! ฉันเพิ่งรู้ว่านายนี่จริงจังกับทุกเรื่องขนาดนี้!”
ตรงหัวรถจักร สวีเหมิงนั่งยองอยู่บนพื้น มือปิดหู สีหน้าลังเล
ผ่านไปห้านาทีแล้วมั้ง
หรือว่า...ลองฟังดูดีไหม
เธอค่อย ๆ คลายมือออกเล็กน้อย เสียงเอี๊ยดอ๊าดก็ดังลอดเข้าหู
ยิ่งเสียงชัดขึ้น ภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของสวีเหมิงอย่างห้ามไม่อยู่
สวีเหมิงเผลอเปลี่ยนจากนั่งขัดสมาธิเป็นนั่งพับเพียบ
หรือว่า...แอบดูสักแวบ
