สำนักศึกษาหลวงตั้งอยู่ทางใต้ของนครเซิ่งจิง กำแพงแดงทอดยาวราวมังกรหมอบ กระเบื้องสีเขียวมุงหลังคาซ้อนทับเป็นชั้นเหมือนเมฆ สำนักศึกษาหลวงเป็นสถาบันอุดมศึกษาสูงสุดแห่งต้าเฉียน ไม่เพียงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งวิชาความรู้ หากยังเป็นกงล้อชะตากรรมเชื่อมโยงเหล่าบุตรหลานชนชั้นสูง
แสงตะวันยามเช้าสาดต้องยอดหลังคาหลายชั้น ส่องประกายสีเทาอมฟ้าอันเคร่งขรึมบนกระเบื้องแก้ว สิงโตหินอ่อนขาวคู่หน้าที่ตั้งตระหง่านผ่านลมฝนนับร้อยปี แววตาเปี่ยมด้วยความหนักแน่นแห่งกาลเวลา จ้องมองหนุ่มน้อยทุกคนที่ก้าวข้ามประตูหลิงซิ่งอย่างเงียบงัน
ภายในสำนักแบ่งออกเป็นสองแผนก คือ แผนกวิทยายุทธ์กับแผนกอักษรศาสตร์
ดั่งมีสองร่างในหนึ่งเดียว
ฝั่งตะวันออกเป็นแผนกอักษรศาสตร์ ไม้ไผ่เขียวขจีเรียงราย ทางเดินคดเคี้ยวเงียบสงบ เสียงอ่านหนังสือแว่วกังวานประสานกับกลิ่นหมึกและเสียงพิณ ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักอย่างประณีต ฝั่งตะวันตกเป็นแผนกวิทยายุทธ์ ลานฝึกกว้างใหญ่ เสียงม้าร้องปนกับเสียงสายธนูสั่นสะเทือน ฝุ่นตลบกลางแสงแดด เต็มไปด้วยพลังอันเฉียบคม
หนึ่งอักษร หนึ่งยุทธ์ หนึ่งสงบ หนึ่งเคลื่อนไหว
เพื่อหล่อหลอมคนเก่งให้ต้าเฉียน
และเป็นเขตแบ่งแยกในราชสำนัก
เมื่อปีก่อน เปยฉือหลิงเคยศึกษาที่สำนักศึกษาหลวงเช่นกัน แต่ด้วยเป็นโอรสท่านโหว อนาคตอยู่ที่กองทัพ จึงได้ศึกษาในแผนกวิทยายุทธ์ ส่วนเปยฉือจิ้งในเวลานี้มุ่งสู่เส้นทางการสอบขุนนาง ก้าวเข้าสู่ประตูแผนกอักษรศาสตร์
ผ่านประตูหลิงซิ่งอันสูงตระหง่าน ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้างขึ้นทันที
