แต่งแปดปี ทุบบ้านแม่ผัวร้ายพังพินาศ!

บทที่ 3 เงินถูกแม่สามีโอนไปหมด

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 3 เงินถูกแม่สามีโอนไปหมด

หลินหว่านอี๋โกรธจนตัวสั่น เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว คว้ามือหลิวชุนหลานไว้เพื่อทวงเงิน

“คืนมาให้ฉัน นั่นมันเงินของฉัน เงินที่ฉันอดออมเก็บไว้”

หลิวชุนหลานออกแรงสะบัด แต่ก็สลัดไม่หลุด

นางร้อนใจ คว้าถ้วยชาบนโต๊ะปาใส่หลินหว่านอี๋

ความเจ็บทำให้หลินหว่านอี๋ปล่อยมือ เธอคลำเจอก้อนบวมใหญ่บนหน้าผาก

หลิวชุนหลานรีบวิ่งออกไปนอกประตู

“ตีกันแล้ว ลูกสะใภ้ตีแม่สามีแล้ว มาดูกันเร็ว ลูกสะใภ้ตีแม่สามีแล้ว”

นางยืนตะโกนลั่นในลานบ้าน ไม่นานนัก เหล่าปู่ย่าตายายเพื่อนบ้านก็วิ่งมาดู热闹

ป้าหวางกำลังเคี้ยวเมล็ดแตงโม

“โอ้โห ชุนหลาน ไอ้ลูกสะใภ้ถูก ๆ มาจากต่างถิ่นนี่ยังกล้าตีแกอีกเรอะ ช่างบังอาจยิ่งนัก

“ดูลูกสะใภ้ข้าสิ เมื่อวานยังพาข้าเข้าเมืองไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ตั้งสองชุด”

ป้าหวังก็พูดแทรกขึ้น

“ข้าก็บอกแล้วว่าพวกคนต่างถิ่นน่ะเชื่อใจไม่ได้ ไม่ได้เรื่องเลย ดูบ้านไม่ดีพอ ยังจะมาตีแม่สามีอีก หวังฮ่าวล่ะ เรียกมันกลับมาเดี๋ยวนี้ จัดการอีนังของถูก ๆ นี่ซะ”

หลิวชุนหลานน้ำมูกน้ำตาคลอ ร้องไห้คร่ำครวญปานฟ้าดินถล่ม

“แม่ไม่เคยเห็นด้วยตั้งแต่แรกที่ฮ่าวฮ่าวจะแต่งกับยัยของถูก ๆ นี่ นางหน้าด้านไม่ยอมแพ้ จะแต่งกับลูกชายข้า สินสอดก็ไม่เอา ไล่ยังไงก็ไม่ไป

“ตอนนั้นแม่แนะนำสาวท้องถิ่นให้ฮ่าวฮ่าวตั้งหลายคน แต่มันก็เหมือนถูกไขมันหมูบังตา ไม่ยอมแต่งให้ได้กับยัยแพศยานี่

“ฟ้าดิน กรรมของแม่นี่หนักหนา ใครมาช่วยแม่ที”

หลินหว่านอี๋ไม่เคยรู้สึกอับอายเท่านี้มาก่อน

เธอร้องไห้พลางแก้ต่างให้ตัวเอง

“ฉันตีแกเมื่อไหร่ แกต่างหากที่แย่งเงินฉัน แล้วยังเอากระเช้าที่เขี่ยบุหรี่ปาใส่ฉันอีก

“แม่ อายุปูนนี้แล้วยังโกหกอีก ไม่กลัวอายุสั้นหรือไง”

“แก!”

หลิวชุนหลานโมโหจนริมฝีปากสั่น

คนแก่น่ะกลัวใครว่าให้อายุสั้นที่สุด

นางกำลังจะตรงเข้าไปตีหลินหว่านอี๋อีก โทรศัพท์ของหลินหว่านอี๋ก็ดังขึ้น

เธอรีบรับสาย แม่ของเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ปลายสาย

“หว่านอี๋ รีบกลับมาเถอะ ลูก หมอบอกว่าพ่อของลูกอาจอยู่ไม่ถึงตรุษจีน

“พ่อเอาแต่พร่ำเรียกชื่อลูก เขา...เขา…”

น้องชายส่งวิดีโอมาให้เธอ

พ่อของเธอนอนอยู่บนเตียง มีสายระโยงระยางเต็มตัว ปากพึมพำเรียกอย่างเลือนลาง

“หนู หนู!”

หลินหว่านอี๋ร้อนใจเป็นไฟ เธอไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำกับหลิวชุนหลานอีก

เธอต้องหาทางกลับไปเดี๋ยวนี้

ตั๋วรถไฟขายหมดเกลี้ยงแล้ว เธอไม่มีทางเลือก ต้องไปดูตั๋วเครื่องบินที่ปกติไม่กล้าซื้อเพราะราคาแพง

พรุ่งนี้มีเที่ยวบินพอดี ในที่สุดใจของเธอก็สงบลง

แต่เงินล่ะ?

เธอรู้ว่าหลิวชุนหลานคงไม่มีทางคืนให้เธอตอนนี้แน่

เธอคิดแล้วคิดอีก ในที่สุดก็กัดฟันส่งข้อความหาน้องชาย หลินเจียจวิ้น

【ช่วงนี้พี่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ช่วยพี่ยืมหมื่นนึงก่อน พอพี่หมุนเงินทันจะคืนให้ทันที】

วินาทีต่อมา หลินเจียจวิ้นก็โอนมาให้สองหมื่น

【พี่ รีบกลับมาเร็ว】

หลินหว่านอี๋รีบจองตั๋วเครื่องบิน สุดท้ายก็กอดโทรศัพท์ ร่ำไห้เงียบ ๆ

พวกปู่ย่าตายายในลานบ้านยังคงนั่งเคี้ยวเมล็ดแตงโม หัวเราะเยาะเธอ

“ข้าว่าพวกลูกสาวที่แต่งไปไกลน่ะ ไม่สมองฝ่อก็แต่งงานที่บ้านเกิดไม่ได้ ไม่งั้นจะแต่งมาไกลทำไม”

“ใช่ ข้าจะไม่มีวันยอมให้ลูกสาวข้าแต่งไปไกลหรอก ดูอย่างนางนั่นสิ แปดปีแล้วยังไม่กลับไปฉลองตรุษจีนเลย พ่อแม่นางนี่อุตส่าห์คลอดนางมาเสียเปล่า”

หลิวชุนหลานได้ใจนัก “ฮ่า ๆ พวกเจ้าจะรู้อะไร นางน่ะคิดจะกลับบ้านตลอด ดีแต่ข้าคุมไว้แน่น ไม่งั้นหนีไปนานแล้ว

“ตอนนั้นจะแต่งงานยังจะให้ลูกชายข้าไปเป็นเขย ไป๋! ฝันไปเถอะ”

คำพูดพวกนี้ หลินหว่านอี๋ฟังจนเบื่อหู

ตอนแรกเธอยังเถียงอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าที่พวกเขาพูดนั่นถูก

แต่งไปไกล ก็คือสมองฝ่อนั่นล่ะ

หวังฮ่าวกลับมาตอนที่เห็นเธอกำลังเก็บกระเป๋า

เขากังวลเล็กน้อย “เธอไม่มีเงินนี่ จะกลับไปได้ยังไง เก็บของทำไมกัน

“ภรรยา อย่าเอาแต่ใจนัก เราใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขดีไหม

“ถ้าคิดถึงพ่อแม่นัก ก็วิดีโอคอลหาก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ จะต้องกลับไปเองทำไม

“ค่ารถไฟไปกลับก็ตั้งสองสามพัน เก็บเงินนั้นไว้ซื้อของขวัญให้พ่อแม่ดีกว่าไหม”

“นั่นสิ!”

หลิวชุนหลานยืนพิงขอบประตู

“คิดว่าคนบ้านพ่อแม่เธอรักเธอนักหรืออยากให้กลับไป ยังไงก็แค่อยากให้กลับไปให้เงิน

“ใคร ๆ ก็บอก ถนนกลับบ้านแม่น่ะปูด้วยเงิน ข้าว่าโอนอั่งเปาร้อยเดียวกลับไปก็พอ ตัวแกก็อยู่ที่นี่แต่โดยดี”

หลินหว่านอี๋เก็บกระเป๋าเสร็จในที่สุด เธอไม่สนใจใคร โทรไปลาป่วยให้หม่ามี๊ที่โรงเรียนอนุบาล

หวังฮ่าวเพิ่งสังเกตว่าเธอไม่ได้งอนเล่น ๆ เขาหันไปถามหลิวชุนหลาน

“แม่ โทรศัพท์นางไม่มีเงินแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วนางจะกลับยังไง”

หลิวชุนหลานกลอกตาไปมา

“ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่านางกำลังทำอะไรอยู่ ยังไงเงินก็อยู่ที่ข้า นางเอาไปไม่ได้”

หวังฮ่าวหันมาถามหลินหว่านอี๋อีก

“เธอซื้อตั๋วได้แล้ว? แต่เธอบอกว่าจะกลับตอนตรุษจีนไม่ใช่เหรอ ยังเหลืออีกตั้งเดือนนึง จะรีบเก็บกระเป๋าทำไมแต่ตอนนี้”

หลินหว่านอี๋มองเขาแวบหนึ่งในที่สุด

“หวังฮ่าว พ่อของฉันอาการแย่มากแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะพาหม่ามี๊กลับ เธอ…”

“แย่มากแล้ว?”

หวังฮ่าวตื่นตระหนก “ทำไมกะทันหันจัง งั้นฉันก็กลับไปกับเธอด้วย”

“ไม่อนุญาต!”

หลิวชุนหลานดึงหวังฮ่าวออกมา ยืนขวางหน้า

“ห้ามไป ฮ่าวฮ่าว โง่รึไง ดูก็รู้ว่าคนที่บ้านนั่นรวมหัวกันหลอกเจ้า

“เจ้าอย่าไปหลงกลอีนังนี่เด็ดขาด ห้ามให้เงินนางนะ ไม่มีเงินแล้วข้าดูนางจะกลับยังไง”

หลินหว่านอี๋กำโทรศัพท์แน่นโดยไม่พูดอะไร เธอจะไม่บอกพวกเขาว่าเธอซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว

เธอจะไม่ทำให้มีปัญหาอีก

แต่ทว่าหม่ามี๊กลับพูดอย่างดีใจ

“ปะป๊า หม่ามี๊ซื้อตั๋วเครื่องบินให้พวกเราแล้ว หม่ามี๊บอกว่าจะพาหนูนั่งเครื่องบิน”

“เครื่องบิน?”

หลิวชุนหลานเบิกตาโพลง

“นั่งเครื่องบินอะไร ใครจะนั่งเครื่องบิน

“ฮ่าวฮ่าว ตายโหงนี่เป็นบ้าไปแล้ว ตั๋วเครื่องบินแพงจะตาย พวกนางจะเอาเงินที่ไหนไปนั่ง

“บ้าไปแล้ว บ้าจริง ๆ หลินหว่านอี๋ มึงมีสิทธิ์มีปัญญาอะไรไปนั่งเครื่องบิน”

หวังฮ่าวก็ยื้อแย่งโทรศัพท์ของหลินหว่านอี๋ แต่เพราะมีบทเรียนครั้งก่อน คราวนี้หลินหว่านอี๋ถึงกำโทรศัพท์ไว้แน่น

“เธอซื้อตั๋วเครื่องบินจริง ๆ เหรอ เธอกระตือรือร้นจะกลับไปบ้านพ่อแม่ถึงเพียงนี้เลยงั้นหรือ

“หลินหว่านอี๋ ฉันเป็นสามีของเธอ เธอทำไมถึงไม่ปรึกษาฉันเลยสักนิดแล้วตัดสินใจเอาเอง”

“จะให้ปรึกษาเรื่องอะไร”

หลินหว่านอี๋ระเบิดขึ้นมาเช่นกัน

“ฉันปรึกษากับเธอมาเท่าไหร่แล้ว เธอเคยยอมสักครั้งไหม

“หวังฮ่าว พ่อของฉันอาการหนัก หนักมาก คุณหมอบอกว่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่กี่วัน แค่นี้เธอยังจะไม่ให้ฉันกลับอีกไหม

“เธอจะกักขังฉันไว้ที่นี่รึไง

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้ ให้คุณตำรวจตัดสินให้ กล้าไหมล่ะ”

หวังฮ่าวชะงักไป นานทีเดียวถึงได้สติกลับมา

“อะไร อาการหนัก ฉันไม่รู้สักหน่อย มันร้ายแรงขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ เธอไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม”

หลินหว่านอี๋เปิดโทรศัพท์ให้หวังฮ่าวดูวิดีโอ

“ดูเองสิ ว่าฉันหลอกเธอหรือเปล่า หวังฮ่าว ฉันพูดตรง ๆ เลย ฉันซื้อตั๋วเครื่องบินพรุ่งนี้

“ฉันต้องกลับ หากเธอกล้าขวางฉัน ฉันจะหย่ากับเธอ ถึงตายฉันก็จะกลับ”

ในที่สุดหวังฮ่าวก็เชื่อว่าพ่อตาป่วยหนักจริง ๆ

เขาพยักหน้ารัว “กลับ ผมยอมให้คุณกลับ แล้วผมก็ไปกับคุณด้วยนะ”

“ไม่!” หลินหว่านอี๋ปฏิเสธ

“ฉันกับหม่ามี๊กลับก็พอ หวังฮ่าว ฉันกลัวว่าพ่อของฉันเห็นหน้าเธอแล้วจะจากไปเร็วขึ้น”

หวังฮ่าวก้มหน้าถูกหลิวชุนหลานลากออกไป

“ลูก แกยอมให้นางกลับจริง ๆ หรือ ระยะทางมันไกลนัก พอกลับไปแล้วนางจะกลับมาอีกไหม

“สมัยนี้กว่าจะมีเมียสักคนก็ยากนัก เงินสินสอดแถวบ้านเราก็แพงหูฉี่ แม่สืบมาแล้ว สองวัวข้างบ้านไปดูตัวมา ขอสินสอดตั้งห้าหมื่น

“แกคิดให้ดี เมียที่ได้มาแล้วจะให้หนีไปไม่ได้เด็ดขาด”

หวังฮ่าวก้มหน้าครุ่นคิด แต่หลิวชุนหลานกลับพึมพำกับตัวเอง

“ข้าจะไม่ให้นางกลับไป ต่อให้ซื้อตั๋วแล้วก็เถอะ

“ข้ามีวิธี”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com