“อีกไม่กี่วันผมจะไปหาตาเฒ่าจิน ให้เขาช่วยปรับสูตร เน้นแก้กลิ่นคาวสาบของเนื้อสัตว์ป่าโดยเฉพาะ พอเอาไปพะโล้แล้ว ต่อให้หอมสู้เนื้อหมูบ้านไม่ได้ รสชาติก็น่าจะใกล้เคียงกัน ขายถูกหน่อย แม่ว่าไปได้สวยไหม?”
“ส่วนผักป่ากับของป่าพวกนี้ยิ่งไม่ต้องห่วงเลย”
หยางเฟิงเปลี่ยนเรื่อง หันมาพูดถึงอาชีพของกลุ่มหนึ่ง
หัวหน้ากลุ่มการผลิตเป็นคนแบบไหน สมาชิกก็เป็นแบบนั้น
จางเฉวียนมีเส้นสายมาก สมาชิกกลุ่มหนึ่งเลยหัวไวตามไปด้วย
กลุ่มการผลิตอื่นทำตามขั้นตอน รอฟ้าฝนประทานข้าวกิน
ส่วนกลุ่มหนึ่งน่ะหรือ ค้ากำไรเกินควบคุม... เอ๊ย ไม่ใช่
ทำอาชีพเสริมกันอย่างคึกคักต่างหาก
พอย้ายทั้งครอบครัวมาอยู่กลุ่มหนึ่ง หยางเฟิงก็รับซื้อของป่าจากชาวบ้านโดยตรง
จินละหนึ่งถึงสองเหมา คนแย่งกันเอามาขายเพียบ
“แม่ลองคิดดูสิ กลุ่มหนึ่งกล้าขายทุกอย่าง ซื้อของป่าจากพวกเขาก็ทำให้มีรายได้ ไม่มองเราว่าเป็นคนนอก แถมยังได้วัตถุดิบมาอีกเพียบ แล้วยังเหมือนได้ยันต์คุ้มภัยด้วย ได้ประโยชน์สามต่อเลยนะ”
หยางเฟิงชูสามนิ้ว เขารู้ว่าหลิวซิ่วเหลียนกังวลที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย
กลัวก็แต่จะมีคนเอาไปแจ้งความ
หาว่าตระกูลหยางค้ากำไรเกินควบคุม
“รับซื้อของป่าเอง ถ้าเป็นกลุ่มอื่นคงโดนตำหนิ แต่จางเฉวียนน่ะอยากให้ผมเอาเงินไปให้กลุ่มหนึ่งจนตัวสั่น สมาชิกสามร้อยกว่าคนคอยหนุนหลังเรา ใครจะกล้าหาเรื่องก็ถามพวกเขาก่อนว่าตกลงไหม”
ดวงตาหลิวซิ่วเหลียนเป็นประกาย
จริงด้วย
กลุ่มหนึ่งทำอะไรแผลง ๆ อยู่บ่อย แต่กลับเป็นกลุ่มการผลิตดีเด่น
