หยางเฟิงรัวชุดหมัดใส่เฉาหย่วนเยว่จนหน้าเลือดอาบ
เห็นอีกฝ่ายโงนเงนก่อนหมดสติไป เขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าปืนกึ่งอัตโนมัติบนพื้นแล้วเดินจากไป
เดินไปได้สองก้าว หยางเฟิงก็ย้อนกลับมาที่เดิม
เขาค้นกระเป๋าเสื้อเฉาหย่วนเยว่ เจอแถบกระสุนสองแถบที่บรรจุกระสุนเต็ม
ทำอาวุธของกองพลหาย แล้วยังนอนแผ่หลาอยู่กลางดงหญ้ารกร้าง
เฉาหย่วนเยว่คิดจะขายคนอื่น ก็ลองชิมรสชาติของการขายหน้าดูบ้างแล้วกัน
คืนมืดเหมาะแก่การฆ่าคน ลมแรงเหมาะแก่การวางเพลิง
มืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้แหละ เหมาะแก่การดักตีหัวคนที่สุด
ถ้าเหอต้าลวี่ไม่เห็นเหตุการณ์เข้า หยางเฟิงคงเป่าหัวเฉาหย่วนเยว่ไปแล้ว!
“พี่เฟิง”
พูดถึงใคร คนนั้นก็โผล่มา เหอต้าลวี่กลับมาอีกแล้ว
“นี่มันเรื่องอะไรกันครับ พวกมันจะทำอะไรพี่ฮุยหลิง?”
“ต้าลวี่ รีบกลับบ้านไปนอน จำที่ฉันพูดเมื่อกี้ไว้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น!”
หยางเฟิงกำชับเหอต้าลวี่อย่างจริงจัง
อีกฝ่ายยังนับถือเขาเป็นพี่ เรื่องนี้แม้แต่พ่อของเหอต้าลวี่ก็ห้ามบอก
เหอต้าลวี่พยักหน้าหงึก ๆ พร้อมสาบานว่า “ถ้าผมปากโป้ง ขอให้หาเมียไม่ได้เลย!”
“ไสหัวกลับบ้านไปนอน!”
กองกำลังอาสาประจำกองพลหวายซู่ถุนมีหมวดอาสาสมัครสามหมวด แต่ละหมวดแบ่งเป็นสามหมู่
มีปืนกึ่งอัตโนมัติรุ่น 56 อยู่ทั้งหมดเก้ากระบอก ให้หัวหน้าหมู่ทั้งเก้าคนเป็นผู้ใช้
ตามปกติจะเก็บไว้ในคลังอาวุธของกองพล
ทุกสิ้นปี กองพันอาสาสมัครของชุมชนจะตรวจสอบและซ่อมบำรุงพร้อมกัน
หายไปแค่กระบอกเดียว
ก็เป็นเรื่องใหญ่โตจนฟ้าถล่มได้
ชุมชนจะรายงานไปยังอำเภอทันที จากนั้นทางอำเภอจะออกประกาศให้ตรวจค้นขนานใหญ่ตามหมายเลขปืน
