จันทร์กระจ่างพร่างแสง ขาวโพลนไปทั่ว
หน่วยปราบชู้เรียงแถวเป็นขบวน
เหอต้าลวี่คุ้นทางเป็นอย่างดี พาหยางเฟิงอ้อมไปหลังพงหญ้ารกร้างสูงท่วมหัวเข่า
ปากก็ฮัมเพลงพื้นบ้านที่ไม่รู้ไปจำมาจากไหน
“พี่เฟิง ฟังสิ มีเสียงอะไรด้วย”
โชคดีที่เหอต้าลวี่ยังไม่ทึบไปเสียทุกเรื่อง พอมาถึงก็รีบลดเสียง ชี้ไปยังรังหญ้าด้านหน้าที่ถูกกดจนล้มระเนระนาด
หยางเฟิงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
ได้ยินเสียงชายหญิงคุยกันจริง ๆ
แต่ฟังจากเสียงแล้ว ดูไม่เหมือนกำลังแอบเล่นชู้
กลับเหมือนกำลังซุบซิบเรื่องอะไรบางอย่างมากกว่า
หยางเฟิงตบไหล่เหอต้าลวี่ ส่งสัญญาณให้หมอนี่เงียบ แล้วค่อย ๆ แหวกหญ้ารกที่ขวางทางออก
พอเพ่งมองชัด ๆ
ให้ตายเถอะ เสร็จกันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ
ในรังหญ้า เฉาหย่วนเยว่เปลือยล่อนจ้อนนอนหอบอยู่บนพื้น
ข้าง ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งสวมเสื้อผ้า
แม้จะเห็นไม่ชัดนัก แต่ก็พอมองออกว่าเป็นใคร
ไม่ผิดแน่ เธอคือหลี่เสี่ยวหง เมียใหม่ของเฉียนเหล่าเปิ่น พนักงานบัญชีประจำกองพล
ก็ไม่มีอะไรหรอก
ยัยนี่มีกลิ่นตัวแรง ทุกวันต้องทาครีมหิมะหนา ๆ กลบกลิ่น
พอกลิ่นตัวมาปนกับกลิ่นหอมของครีมหิมะ
กลิ่นนี่มันชวนตะลึงสุด ๆ!
“เฉาหย่วนเยว่ ตกลงไหวหรือเปล่าเนี่ย? เฉียนเหล่าเปิ่นทำเรื่องนั้นเหมือนเด็กฉี่ แกยังทนได้ไม่นานเลย ถ้ายังเป็นแบบนี้ ต่อไปก็ไม่ต้องมาหาฉันแล้ว!”
หลี่เสี่ยวหงถ่มน้ำลายใส่เฉาหย่วนเยว่ด้วยความหงุดหงิด ก่อนลุกขึ้นสวมกางเกงแล้วทำท่าจะไป
“อย่าเพิ่งไปสิ แผลฉันยังไม่หายดีนี่ รอให้หายก่อนเถอะ รับรองทำให้เธอร้องลั่นจนหมาป่ายังต้องหนี ถ้าทำไม่ได้ ฉันไม่ใช่เฉาหย่วนเยว่!”
