“ไอ้เวรเอ๊ย อยากตายนักหรือไง!”
นิ้วของหลิวซิ่วเหลียนแทบจิ้มหน้าผากหยางเฟิง
“นี่มันเสือดาวป่า ไม่ใช่แมวเลี้ยงในบ้าน! มันงับทีเดียวคอแกขาดได้เลยนะ ทำไมถึงได้บ้าบิ่นขนาดนี้ คนเดียวก็กล้าพุ่งเข้าใส่แล้วหรือ ถ้าแกไปตายในป่าแล้วฉันจะอยู่ยังไง ลูกสาวทั้งสามคนจะอยู่ยังไง แกอยากให้ตระกูลหยางของเราสิ้นทายาทหรือไง!!!”
หยางเฟิงก้มหน้าเงียบกริบ
ปล่อยให้น้ำลายกระเด็นใส่หน้า
แม่ไม่ได้อยากด่าเขาจริง ๆ หรอก แต่เพราะตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
ตอนนี้ใบหน้าของหญิงชราเผือดซีดด้วยความกลัว
มือสั่นราวกับลูกนกตกใจ
“แม่ พี่เฟิงก็กลับมาอย่างปลอดภัยดีนี่คะ”
ไป๋ชิงชิงช่วยแก้ต่างให้หยางเฟิงเสียงอ่อย
“ปลอดภัยบ้าอะไร! เธอห้ามพูด เขาสมควรโดนด่า!”
หลิวซิ่วเหลียนเพิ่งเคยขึ้นเสียงใส่ไป๋ชิงชิงเป็นครั้งแรก ก่อนจะยื่นมือไปหยิกแขนหยางเฟิงอย่างแรง
“ถ้าแกเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว พรุ่งนี้ฉันจะไปหาพ่อแก!”
พูดไปพูดมา หญิงชราก็เริ่มน้ำตาร่วง
เสิ่นเหวยเหวยกับหญิงสาวอีกสองคนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ความตื่นเต้นตอนคิดว่าจะขายเสือดาวได้เงินหายวับไปหมด ไป๋ชิงชิงเม้มปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียง
หลิ่วฮุยหลิงเบือนหน้าหนีพลางเช็ดน้ำตา
เสิ่นเหวยเหวยเข้ามาประคองหลิวซิ่วเหลียน สีหน้าหวาดผวาไม่ต่างกัน
พอหญิงชราด่าจนเริ่มหายโมโห หยางเฟิงก็ยิ้มประจบพลางพูดว่า “แม่ก็รู้ฝีมือของลูกดีไม่ใช่หรือครับ ไอ้เดรัจฉานนั่นยังไม่ทันเห็นหน้าผมชัด ๆ ก็ถูกส่งไปเฝ้ายมบาลแล้ว”
“ยิงนัดเดียวสมองกระจายเลยครับ แม่นเป๊ะ”
“ยังมีหน้ามาภูมิใจอีก!”
หลิวซิ่วเหลียนทำท่าจะตีเขาอีกครั้ง
“แม่ครับ ถ้านายพรานไม่กล้าเสี่ยง ยังจะเรียกว่านายพรานได้หรือครับ?”
