“ไหนบอกว่าจะทำเรื่องนั้นไง?”
หยางเฟิงอมลูกอมอยู่ในปาก พลันรู้สึกว่าท่าไม่ดีเสียแล้ว
“นี่เธอนี่มันบื้อจริง ๆ ใครบอกว่ายืนอยู่ริมแม่น้ำแล้วต้องคิดสั้นกันทุกคน ฉันแค่มาชมวิวระบายอารมณ์ เข้าใจไหมล่ะ”
หลิ่วฮุยหลิงจิ้มหน้าผากหยางเฟิง
เรื่องที่ผ่านไปแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ในเมื่อหยางเฟิงสำนึกได้แล้ว แล้วเธอจะยึดติดกับอดีตไปทำไม
พูดจบ หลิ่วฮุยหลิงก็ช่วยจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของหยางเฟิงให้เข้าที่
“แขนยังเจ็บอยู่ไหม?”
ได้ยินเช่นนั้น หยางเฟิงถึงเพิ่งรู้สึกแสบแปลบที่แขน
หยางเฟิงแยกเขี้ยว ยกแขนขึ้นอย่างน่าสงสารแล้วพูดว่า “เป่าให้หน่อยก็หายเจ็บแล้ว”
“เธอนี่นะ”
หลิ่วฮุยหลิงทั้งโมโหทั้งขำ
ริมฝีปากแดงระเรื่อแย้มออก ลมหายใจอุ่นนุ่มค่อย ๆ เป่าลงบนแผลถลอกที่แขนของหยางเฟิง
“ยังเจ็บไหม?”
วินาทีถัดมา หยางเฟิงก็เหมือนถูกผีสิง จู่ ๆ ก็ก้มลงหอมแก้มหลิ่วฮุยหลิงไปหนึ่งที
ภาพภรรยาตั้งใจเป่าแผลให้เขาช่างอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน
หยางเฟิงก็แค่ไม่มีปีกเท่านั้น
ถ้ามีจริง ป่านนี้คงกระพือปีกบินลอยขึ้นไปแล้ว
“กลับมาทะลึ่งอีกแล้ว”
หลิ่วฮุยหลิงหน้าแดงก่ำด้วยความเขิน รีบลนลานมองไปรอบ ๆ ก่อนจะเอ็ดว่า “ถ้ามีคนเห็นเข้าจะไม่ดีเอานะ เรา... เราหย่ากันแล้ว”
“หย่าแล้วแล้วยังไง? ถึงหย่าเธอก็ยังเป็นเมียฉันอยู่ดี”
หยางเฟิงพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ “จูบเมียตัวเองเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ใครอยากดูก็ดูไปสิ”
หลิ่วฮุยหลิงปากก็บ่นหยางเฟิงว่าไร้ยางอาย เป็นตัวแสบหนังเหนียว หน้าหนาไร้ยางอายมาตั้งแต่เกิดไปพลาง สายตาก็กวาดมองรอบ ๆ ไปพลาง
พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น หลิ่วฮุยหลิงก็เขย่งปลายเท้า จู่โจมจุ๊บปากหยางเฟิงอย่างไม่ให้ตั้งตัว
