เดินมาได้ราวชั่วโมงกว่า ในที่สุดหยางเฟิงกับเหอต้าลวี่ก็มาถึงที่ทำการคอมมูน
“พี่เฟิง ที่นี่คึกคักชะมัดเลย!!!”
นี่เป็นครั้งแรกที่เหอต้าลวี่มาคอมมูน เขาเห็นอะไรก็รู้สึกแปลกใหม่ไปหมด
“เบาเสียงหน่อยสิ ไม่ได้ยินที่พ่อแกพูดหรือไง ที่นี่มีคนไม่ดี!”
หยางเฟิงเหลือบมองผู้คนที่สัญจรไปมารอบ ๆ
“หืม นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
พอมองเห็นเท่านั้นแหละ หยางเฟิงก็อึ้งไปเลย
ร่างของผู้คนรอบตัวล้วนมีแสงเรืองรอง
แต่ละคนดูราวกับมนุษย์ตัวจิ๋วเปล่งแสง
แสงสีเทาหม่น ๆ
นาน ๆ ทีจึงจะเห็นแสงสีเหลืองนวลจาง ๆ อยู่หนึ่งหรือสองสาย
หยางเฟิงจึงบังคับเกวียนลาให้มุ่งหน้าไปทันที
ระหว่างทางก็สังเกตสีวงแสงที่ล้อมรอบตัวผู้คนไปด้วย
เดินไปได้ไม่นาน ตรงปากถนนไม่ไกลจากร้านอาหารรัฐของคอมมูน มีชาวนาสูงวัยคนหนึ่งนั่งยอง ๆ อยู่
ตรงหน้าปูหนังสือพิมพ์ไว้สองแผ่น บนนั้นมีผักกาดขาว มันฝรั่ง และหัวไชเท้า
วงแสงรอบตัวเขาก็เป็นสีเหลืองอ่อนเช่นกัน
จากนั้นชายวัยกลางคนสวมชุดเจ้าหน้าที่ ถือกระเป๋าหนังเทียมก็เดินออกมาจากร้านอาหารรัฐ
วงแสงของเขาดำมืด
ชายคนนั้นเดินมาถึงแผงแล้วตวาดดุด่าชาวนาเสียงแข็ง
หยางเฟิงอยู่ห่างออกมา จึงฟังไม่ชัดว่าทั้งสองพูดอะไรกัน
เห็นเพียงชาวนาสูงวัยเก็บข้าวของด้วยสีหน้าทุกข์ระทม ก่อนจะหายไปตรงหน้าร้านอาหารในพริบตา
“ต้องตั้งสมาธิถึงจะเปิดใช้งานพี่มือได้ เมื่อกี้เพิ่งมาถึงคอมมูน ใจฉันมัวแต่ระแวงพวกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามอยู่เลย โอ้โห…สุดยอดไปเลย!”
หยางเฟิงพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที
