เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละวินาที
ทุกคนทำงานไปคุยกันไป เผลอแป๊บเดียวก็โม่ถั่วเหลืองไปหมด 100 ชั่ง
พอโม่ถั่วเหลืองเสร็จ เหอเหล่าเหนียนกับเหอต้าลวี่ก็ยกไม้คานขึ้นพาด แล้วขึงผ้าขาวบางไว้
จางเฉวียนอุ้มกะละมังไม้ เทน้ำถั่วเหลืองที่โม่เสร็จแล้วลงไป
น้ำสีขาวขุ่นไหลผ่านผ้าขาวบางลงหม้อ เหอเหล่าเหนียนกับเหอต้าลวี่คว้าชายผ้าทั้งสี่มุม แล้วช่วยกันบิดรีดสุดแรง
หม้อใบใหญ่ขนาด 18 นิ้วนี่มันสะใจจริง ๆ ต้มทีเดียวได้น้ำถั่วเหลืองเต็มหม้อ
เหอเหล่าเหนียนใช้ทัพพีไม้ช้อนฟองออกอย่างชำนาญ กลิ่นถั่วปนกลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วโรงโม่
“ใส่น้ำเกลือแล้วนะ ดูให้ดีล่ะ”
เหอเหล่าเหนียนค่อย ๆ เทน้ำเกลือเข้มข้นลงไปเกือบครึ่งชาม จากนั้นใช้ทัพพีไม้คนเบา ๆ
น้ำถั่วเหลืองสีขาวขุ่นจับตัวเป็นก้อนอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเต้าหู้อ่อนเนื้อนุ่ม
“คนแรง ๆ!”
เหอเหล่าเหนียนสั่งลูกชาย เหอต้าลวี่คว้าทัพพีไม้ด้ามยาวขึ้นมาคนเต็มแรง ให้น้ำเกลือเข้ากับน้ำถั่วเหลืองจนทั่ว
ไม่นานนัก
น้ำถั่วเหลืองเต็มหม้อก็จับตัวเป็นเต้าหู้อ่อน
สั่นดุ๊กดิ๊กเหมือนวุ้นเนื้อหมูสีขาว
จากนั้นถึงตาหยางเฟิง เขาใช้ทัพพีไม้คนมั่วซั่วอยู่ในหม้อจนเต้าหู้อ่อนก้อนใหญ่แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้ววางกรอบไม้ลงบนพื้น ปูแผ่นไม้รองไว้ข้างล่าง ก่อนขึงผ้าขาวบางชุบน้ำไว้ในกรอบ
ใช้กระบวยตักเต้าหู้อ่อนที่แตกเป็นชิ้นลงในกรอบทีละช้อน เกลี่ยให้เรียบ ห่อผ้าขาวบางให้มิดแล้ววางแผ่นไม้ทับ
“เอาของหนักมา!”
หยางเฟิงหันไปบอก
เหอต้าลวี่ขนหินก้อนใหญ่มาหลายก้อน แล้ววางทับบนแผ่นไม้ทีละก้อนตามที่สั่ง
เมื่อน้ำหนักกดทับลงมา
น้ำจากเต้าหู้ก็ไหลออกตามรูเล็ก ๆ ที่ก้นกรอบ
