เสิ่นเหวยเหวยสะดุ้งน้อย ๆ แล้วพูดเสียงเบา “รู้ก็ดีแล้ว ต่อไปช่วยเลี้ยงลูกกับทำงานบ้านด้วยนะ ฉันกับฮุ่ยหลิงและชิงชิงจะช่วยแบ่งเบาภาระให้มากขึ้น นายจะได้ตั้งใจทำงาน”
“อย่าหักโหมนักล่ะ ถ้าร่างกายพังขึ้นมา คนทั้งบ้านไม่ยอมแน่”
“ไม่ต้องห่วง ฉันแข็งแรงจะตาย”
หยางเฟิงสูดกลิ่นสบู่ไม้จันทน์จากลำคอภรรยาเข้าปอดอีกเฮือก
“เหวยเหวย เมื่อกี้เธอพูดเหมือนแม่ฉันเปี๊ยบเลย งั้นให้ฉันเรียกเธอว่าแม่ แล้วเธอให้นมฉันสักอึกไหมล่ะ?”
“หยางเฟิง! นาย...นายมันไอ้ลามกหน้าด้าน!”
เสิ่นเหวยเหวยเขินจนเงื้อมือจะตีอีก หยางเฟิงก็หลบไปหัวเราะไป
เธอยัดเสื้อผ้าใส่อ้อมแขนหยางเฟิง แล้วเผ่นออกจากโรงเก็บของราวกับหนีตาย
หน้าร้อนผ่าวเหมือนกระทะทอดไข่
เธอกัดฟันสาบานว่าจะไม่ยอมให้คนที่สอนคำพูดทะลึ่งพวกนี้แก่หยางเฟิงรอดเงื้อมมือไปได้
ไม่อย่างนั้นจะข่วนให้หน้าลายเป็นแมวเลยคอยดู
วัน ๆ เอาแต่พูดคำหน้าไม่อายไม่ซ้ำกันสักคำ
หลิวซิ่วเหลียนที่กำลังยอง ๆ ทำงานอยู่ในลานบ้านเห็นภาพนั้น ก็ได้แต่ยิ้มขื่นพลางส่ายหน้าอย่างปลง ๆ
ไอ้เด็กเวรนี่คงกลับชาติมาเกิดเป็นจอมเจ้าชู้แน่ ๆ
เมียสามคนโดนมันปราบเสียอยู่หมัดได้ยังไงกันนะ
หยางเฟิงล้มตัวลงนอนก็หลับทันที หลับสนิทชนิดไม่รู้เรื่องรู้ราว
ในฝันมีแต่ธนบัตรสีสันสดใสเต็มไปหมด
อีกด้านหนึ่ง
เหอเหล่าเหนียนกับจางเฉวียนก็กำลังกินข้าวกันอยู่
ทั้งคู่แกล้มเหล้าด้วยเต้าหู้แห้งที่หยางเฟิงให้มา ต่างคนต่างคิดคำนวณอยู่ในใจ
“ถั่วเหลืองดี ๆ หนึ่งชั่งทำเต้าหู้ได้สามชั่ง หรือทำเต้าหู้แห้งได้ชั่งครึ่ง ถ้ามีถั่วเหลืองพันชั่งก็จะได้เต้าหู้แห้งพันห้าร้อยชั่ง ขายชั่งละแปดเหมา ก็ได้เงินหนึ่งพันสองร้อยหยวน”
