ฟ้าเพิ่งสาง หลิวซิ่วเหลียนก็พาเสิ่นเหวยเหวยกับไป๋ชิงชิงออกไปทำงานแล้ว
คู่กัดสองคนนั่นก็จริง ไม่รู้จักเบาเสียงกันหน่อยหรือไง
กว่าทั้งสองคนจะสงบลงก็ปาเข้าไปเช้ามืด
ป่านนี้คงหลับเป็นตายกันทั้งคู่แล้วล่ะ
แปดโมงเช้า หลิ่วฮุยหลิงตื่นขึ้นมา มองหยางเฟิงที่นอนกรนสนั่นอยู่ข้างกาย
พอนึกถึงเรื่องน่าอายเมื่อคืน หลิ่วฮุยหลิงก็แทบอยากหนีไปให้ไกลจากหยางเฟิง
เจ้าผีขี้แกล้งนี่มีลูกไม้ใหม่ ๆ มาป่วนคนได้ทุกวันจริง ๆ
พอความคิดหวนกลับไปถึงเมื่อคืน หลิ่วฮุยหลิงก็เริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาอีกครั้ง
เธอสวมเสื้อผ้าแล้วออกไปเตรียมอาหารที่ห้องด้านนอก คาดว่าหยางเฟิงคงตื่นตอนเที่ยงนั่นแหละ
เธอหั่นเนื้อเสือดาวออกมาชิ้นเล็ก ๆ เอาไปตุ๋นกับผักกาดขาว
พอปิดฝาหม้อ หลิ่วฮุยหลิงก็นั่งเหม่อมองเปลวไฟในเตาอย่างใจลอย
แผนการของหลิ่วตงหยางที่คิดจะขายเธอเหมือนเสี้ยนหนามทิ่มแทงอยู่ในใจ
เธอไม่เชื่อว่าลุงใหญ่จะทำเรื่องแบบนี้ได้จริง ๆ แต่ก็ไม่กล้าไม่เชื่อ
นิสัยคนทางบ้านเดิมเป็นอย่างไร หลิ่วฮุยหลิงรู้ดีกว่าใคร
“ทำไมไม่หลับต่ออีกหน่อยล่ะ?”
ไม่นานนัก หยางเฟิงก็คลุมเสื้อเดินเข้ามาในห้องด้านนอก แค่เหลือบมองก็รู้ทันความคิดของหลิ่วฮุยหลิง
“ยังคิดถึงลุงใหญ่คนนั้นของเธออยู่อีกเหรอ?”
หลิ่วฮุยหลิงสะดุ้งจนเกือบทำมีดทำครัวหล่นจากมือ เธอรีบโพล่งออกมาว่า “อย่าไปหาเรื่องเขาเลย บ้านพวกเขาอยู่ในเขตบ้านพักคนงานโรงงาน ที่นั่นมีทั้งแผนกรักษาความปลอดภัยกับกองกำลังอาสา ถ้านายโดนจับไว้ ต่อให้คอมมูนออกหน้าไปก็พาตัวกลับมาไม่ได้หรอก!”
พูดจบ หลิ่วฮุยหลิงก็โผเข้ากอดหยางเฟิง
ตอนพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ พวกท่านทำงานที่โรงงานทอผ้าประจำอำเภอ
ตอนหลิ่วฮุยหลิงยังเล็ก ทั้งสองคนถูกส่งไปช่วยงานในเขตอุตสาหกรรมใหญ่
