“แม่ พวกแม่ก็ได้ยินกันหมดแล้วเมื่อกี้ ไม่มีทางเลือก คนเก่งก็ต้องยุ่งเป็นธรรมดา พรุ่งนี้ผมจะไปช่วยจัดการปัญหาให้ป่าไม้สักหน่อย ตอนเย็นก็กลับมาแล้ว”
“เอ่อ ชิงชิง พี่เฟิงชอบกินเธอนะ อย่ามองพี่แบบนั้นสิ พี่หมายถึงชอบกินขนมไข่ที่สหายไป๋ชิงชิงทำ พรุ่งนี้เย็นทำให้พี่สักชุดหนึ่งนะ”
หยางเฟิงกลับถึงบ้านอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวว่าเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนแล้ว
คนในครอบครัว รวมถึงหลิวซิ่วเหลียน ต่างพากันมายืนรออยู่เต็มลานบ้าน
หยางเฟิงรู้ว่าพวกผู้หญิงอยากพูดอะไร จึงรีบชิงเล่าเรื่องการล่าเจ้าหมีดำเสียราวกับเป็นเรื่องง่ายดาย
“พี่เฟิง ไม่ไปไม่ได้เหรอ? แม้แต่ป่าไม้ของรัฐยังสู้มันไม่ได้ แล้วพี่ไปจะช่วยอะไรได้ล่ะ”
ไป๋ชิงชิงน้ำตาคลอ อ้อนวอนให้หยางเฟิงปฏิเสธเรื่องนี้
ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งนั้น
“หยางเฟิง ถ้านายไป ต่อไปก็ไม่ต้องเข้าห้องฉันอีก!”
เสิ่นเหวยเหวยฝืนกลั้นความเสียใจ ก่อนหันหลังกลับเข้าห้องตัวเอง
หลิวซิ่วเหลียนถามว่า “จำเป็นต้องไปจริง ๆ เหรอ?”
“แม่ ให้ผมตัดสินใจเองสักครั้งเถอะครับ”
หยางเฟิงเดินเข้าไปประคองมารดาที่ขอบตาแดงก่ำ
ต้องเสี่ยงสักหน่อย ถึงจะเปลี่ยนจักรยานให้กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ได้
ไม่ใช่ว่าหยางเฟิงอยากเอาชีวิตไปเสี่ยง
แต่ถ้าอยากสร้างเนื้อสร้างตัว ก็ต้องกล้าเสี่ยง
“เหมือนพ่อแกไม่มีผิด”
ทิ้งคำพูดไว้เท่านั้น แม่เฒ่าก็เดินโซเซเข้าห้องไป
“หยางเฟิง...”
“สหายหลิ่วฮุยหลิง ปกติคุณชอบสอนหลักการใหญ่โตให้ผมอยู่เรื่อย คราวนี้ผมขอพูดบ้าง ถ้าไม่มีป่าไม้ บ้านเราก็สร้างไม่เสร็จ พอได้รู้จักกับโรงงานและเหมืองของรัฐ แถมยังรู้จักพวกเจ้าหน้าที่ข้างในแล้ว ตระกูลเฉาจะยังกล้าแกล้งผม คอยจับผิดใส่ร้ายผมอีกเหรอ?”
