“หะ...หัวหน้าโจว ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะครับ?!”
เฉาเต๋อจู้หน้ามืด ขาแข้งอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่
แม้โจวเว่ยกั๋วจะไม่ได้ดูแลกองผลิต แต่ก็พูดคุยกับหัวหน้าสหกรณ์ได้
แถมยังดูแลพื้นที่ภูเขาทั้งแถบด้วย
แค่ขัดขวางคุณสักนิด คุณก็อย่าหวังว่าจะได้ขึ้นเขาแม้แต่ก้าวเดียว
จะหาว่าคุณลักลอบตัดไม้ของเขตป่าไม้ก็ได้ ไม่ต้องไต่สวนด้วยซ้ำ
จับไปขังในห้องมืดสักสิบวันครึ่งเดือน
พอออกมา
ต่อให้บอกว่าคุณขโมยดวงจันทร์ไป คุณก็ต้องยอมรับสารภาพ
โจวเว่ยกั๋วมองหยางเฟิงก่อน เห็นอีกฝ่ายยิ้มเจื่อน ๆ จึงหันไปมองเฉาเต๋อจู้
“ฟังจากที่คุณพูดแล้ว ดูเหมือนผมจะมาไม่ถูกจังหวะ รบกวนหัวหน้ากองเฉาอวดบารมีอยู่สินะ”
“หัวหน้าโจวเข้าใจผิดแล้วครับ ผม...ผมแค่มาจัดการเรื่องภายในกองนิดหน่อย”
“เรื่องภายใน?”
โจวเว่ยกั๋วหัวเราะเย็นชา “ถ้าเป็นเรื่องภายใน ทำไมไม่เรียกเลขาธิการกอง หัวหน้ากองร้อยอาสาสมัคร แล้วก็หัวหน้าหน่วยคนอื่น ๆ มาด้วยล่ะ กลับพาลูกชายบุกมาบ้านคนอื่น ตะโกนว่าจะฆ่าจะแกงกัน นี่เรียกว่าเรื่องภายในหรือ?”
“เฉาเต๋อจู้ คุณคิดว่าผมโง่ หรือคิดว่าคนเต็มลานบ้านนี่ตาบอดกันหมด?”
โจวเว่ยกั๋วพูดแต่ละคำแทงใจดำ จนเฉาเต๋อจู้เถียงไม่ออก
“หัวหน้าเฉา ผมมาถ่ายทอดภารกิจจากเบื้องบน คุณจะฟังด้วยไหม?”
“ไม่กล้าครับ ไม่กล้า ไอ้เด็กเปรต ยังไม่รีบไปอีก!”
เฉาเต๋อจู้คว้าตัวเฉาหย่วนเยว่ แล้วลากหลี่เสี่ยวหงที่ยังนอนครางอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนพากันเดินออกไปอย่างหมดสภาพ
“ไม่ส่งนะครับ คราวหน้าถ้ามาก่อเรื่องอีก อย่าลืมเอาโลงกับชุดศพมาด้วยล่ะ”
