“เชี่ย! ไม่ได้บอกหรือไงว่าอย่าทำแบบนี้ ไอ้หนูนี่มันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!”
เหอเหล่าเหนียนแทบขวัญหนีดีฝ่อ
ถ้าฆ่าเฉาหย่วนเยว่ตายขึ้นมา เฉาเต๋อจู้คงหันมาสับหยางเฟิงแน่
พูดจบ เหอเหล่าเหนียนก็พุ่งพรวดเข้าไปในไร่ข้าวโพด
“พี่เฟิง ยิงอีกนัดสิ ผมชอบเสียงปืนที่สุดเลย เพราะกว่าประทัดอีก!”
เหอต้าลวี่ดีใจจนปรบมือไม่หยุด อ้อนวอนให้หยางเฟิงยิงให้ฟังอีกสักนัด
“คราวหน้าจะให้ฟังจนหนำใจเลย”
กระสุนปืนล่าสัตว์มีทั้งหมดแค่ 15 นัด วันนี้ก็ใช้ไปแล้ว 3 นัด ที่เหลือต้องเก็บไว้รับมือเจ้าหมีดำ
“ทำเอาข้าตกใจแทบตาย ยังดีที่แกไม่ได้บ้าไปแล้ว”
ครู่ต่อมา เหอเหล่าเหนียนก็เดินออกมาจากไร่ข้าวโพดด้วยสีหน้าหวาดผวาไม่หาย
ไม่พูดพร่ำทำเพลง
เขาสั่งให้เหอต้าลวี่รีบไปตามจางเฉวียนทันที
“ลุง ไม่ใช่ว่าผมบ้าบิ่นนะ ไอ้เฉาหย่วนเยว่เป็นพวกสารเลวเหมือนหมาบ้า ถ้าไม่ตีให้เจ็บ มันก็ไม่รู้จักกลัวหรอก”
หยางเฟิงยื่นบุหรี่ให้เหอเหล่าเหนียน เขารู้ฝีมือยิงปืนของตัวเองดี
เมื่อครู่ดูเหมือนยิงเข้าไปในไร่ข้าวโพด แต่จริง ๆ แล้วปากกระบอกปืนเล็งขึ้นฟ้า
แค่ทำให้ตกใจ ไม่ได้คิดฆ่าใคร
“ถึงอย่างนั้นก็ทำเอาขนลุกอยู่ดี รีบไปกันเถอะ เรื่องแบบนี้ยังไงก็ต้องหาคนช่วยจัดการให้ลงตัว”
เหอเหล่าเหนียนจุดบุหรี่แล้วลากหยางเฟิงกลับบ้านตัวเอง
ในไร่ข้าวโพดไม่มีแม้แต่เงาคน แสดงว่าเฉาหย่วนเยว่คงตกใจหนีไปแล้ว
คนหนีไปแล้ว แต่ปัญหาไม่ได้หนีตามไปด้วย
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเฉาหย่วนเยว่กลับไปฟ้องพ่อแน่
ทั้งกองผลิตมีคนช่วยหยางเฟิงสะสางเรื่องนี้ได้ นอกจากเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านเฒ่าแล้ว ก็เหลือแค่จางเฉวียน หัวหน้ากลุ่มหนึ่ง
