ฝางรุ่ยตัดสินใจจำลองเหตุการณ์ในคดีขึ้นมาใหม่ เขาเรียกเฉินตงงงกับสวี่ฉินมาพบ เพื่อให้ทั้งคู่เล่าถึงลำดับเหตุการณ์อีกครั้ง โดยเขากับเสี่ยวจางจะแสดงเป็นหลินเชียนเจี๋ยผู้ล่วงลับและหวังเสี่ยวหยา
“พวกเรานั่งล้อมโต๊ะตัวนี้กันครับ ลำดับที่นั่งคือ คุณชายหลิน ผม หวังเสี่ยวหยา แล้วก็สวี่ฉิน” เฉินตงงงนึกย้อนความจำ
ฝางรุ่ยกับพวกนั่งลงตามลำดับนั้น
“ตอนแรกสวี่ฉินไปหยิบแก้วมาสี่ใบ จากนั้นผมไปเอาเหล้ารัมสองสามขวดจากตู้เหล้า พอได้เหล้ามา ผมก็รินให้ทุกคนก่อนรอบหนึ่ง” เฉินตงงงเล่า “หลังจากนั้นเสี่ยวหยาก็หยิบขวดเหล้าไป เธอกระตือรือร้นมาก คอยรินเหล้าให้พวกเราอยู่ตลอด แล้วพวกเราก็ดื่มกันไปเรื่อย ๆ จนประมาณห้าทุ่มกว่า”
“ตำแหน่งที่นั่งไม่เคยเปลี่ยนเลยหรือ” ฝางรุ่ยถาม
“เปลี่ยนครับ ทีหลังพวกเราเล่นเกมทอยลูกเต๋ากัน คนที่ได้แต้มมากที่สุดมีสิทธิ์สั่งให้คนที่ได้แต้มต่ำที่สุดทำอะไรอย่างหนึ่ง แต้มของเสี่ยวหยาต่ำที่สุด ส่วนสวี่ฉินได้แต้มสูงที่สุด สวี่ฉินเลยสั่งให้เสี่ยวหยาป้อนเหล้าคุณชายหลินแบบปากต่อปาก” เฉินตงงงเล่า “ตอนป้อนเหล้านั่นแหละครับ สวี่ฉินกับเสี่ยวหยาถึงสลับที่นั่งกัน”
ฝางรุ่ยหันไปมองสวี่ฉิน “หลินเชียนเจี๋ยเป็นแฟนคุณไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยอมให้หวังเสี่ยวหยาป้อนเหล้าเขา”
“ตอนหวังเสี่ยวหยารินเหล้า ตัวเธอแทบจะแนบติดกับหลินเชียนเจี๋ยอยู่แล้ว ในเมื่อเธออยากมีอะไรกับหลินเชียนเจี๋ยขนาดนั้น ฉันก็แค่ช่วยให้สมหวังไม่ใช่หรือไง” สวี่ฉินยักไหล่พลางตอบ
