เที่ยงวันรุ่งขึ้น ฝางรุ่ยได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านจัดสรรอย่างกะทันหัน
“หนุ่มคนนั้นกลับมาแล้ว แต่เขาบอกว่าไม่ขายดอกไม้ และไม่ยอมติดต่อกับคุณด้วย”
“ครับ ขอบคุณครับ”
ฝางรุ่ยกับเสี่ยวจางรีบขับรถไปยังหมู่บ้านจัดสรรแห่งนั้นทันที
“หัวหน้า เมื่อวานคุณไปทำอะไรกับนิติเวชมู่มา ดูเธอสิ เหนื่อยจนวันนี้มาทำงานก็ยังไม่มีแรงเลย”
“สืบคดี!”
“หัวหน้า คุณไม่เคยสังเกตเลยเหรอว่าผมเป็นผู้ช่วยที่ใช้งานได้ดีกว่า อย่างน้อยผมก็แรงเยอะ ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย!”
ฝางรุ่ยมองเสี่ยวจางอย่างระอา “เธอเงียบกว่าแก!”
“ถ้านิติเวชมู่ไม่เงียบขึ้นมา พลังทำลายล้างของเธอยิ่งกว่าผมตั้งเยอะ” เสี่ยวจางพึมพำ
“ความสามารถในการค้นหาหลักฐานของเธอก็ดีกว่าแก”
“...”
ลูกบ้านที่ปลูกดอกไม้ชื่ออวี้ไห่ปอ พอรู้จุดประสงค์ของฝางรุ่ยก็มีท่าทีลังเล “ขอโทษครับ ผมให้วิดีโอกล้องวงจรปิดกับพวกคุณไม่ได้”
“ทำไมครับ?”
“ไม่ใช่ว่าผมไม่ให้ความร่วมมือนะครับ แต่กล้องที่ระเบียงผมมีไว้ถ่ายดอกไม้บนระเบียงเท่านั้น ไม่น่าจะถ่ายติดลูกบ้านคนอื่น ต่อให้ให้พวกคุณไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร”
เสี่ยวจางวิงวอน “พวกเราขอแค่ภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่ยี่สิบกรกฎาคม ต่อให้ไม่มีประโยชน์ก็ให้พวกเราก่อนได้ไหมครับ เผื่อจะมีเบาะแสอะไรบ้าง พวกเราต้องการวิดีโอนี้จริง ๆ!”
“ขอโทษครับ ผมให้ไม่ได้!” อวี้ไห่ปอผายมือเชื้อเชิญให้ทั้งสองกลับ “คุณตำรวจทั้งสอง ผมต้องพักผ่อนแล้ว คงไม่สะดวกต้อนรับ”
“เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคุณ” ฝางรุ่ยกล่าว “ส่วนการขึ้นศาลภายหลังก็ไม่จำเป็นต้องให้คุณช่วยเหลือ คุณแค่ให้วิดีโอกับเราก็พอ”
อวี้ไห่ปอลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็พูดความจริง “ผมติดกล้องไว้ถ่ายต้นไม้ในบ้านจริง ๆ แต่ถ้าผมให้ภาพจากกล้องวงจรปิดกับพวกคุณ แล้วบังเอิญถ่ายติดอะไรที่ไม่ควรถ่าย ชื่อเสียงของผมก็พังพินาศ คนอื่นจะมองผมยังไง ผมเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย ถ้าคนอื่นรู้เข้า ผมอาจถูกมองว่าเป็นพวกโรคจิตชอบแอบดู”
