ฝางรุ่ยตั้งใจจะพาเสี่ยวจางไปบ้านหลู่เทียน เพื่อดูว่าจะหาเบาะแสอะไรได้บ้าง แต่พอเขาก้าวออกจากห้องทำงาน ก็เห็นมู่เหมี่ยนยืนขวางทางอยู่
“ฝางรุ่ย ฉันไปสืบคดีกับคุณด้วยได้ไหม”
“ทำไมล่ะ” ฝางรุ่ยแปลกใจอยู่บ้าง ในความทรงจำของเขา มู่เหมี่ยนไม่ค่อยสนใจการสืบคดี เธอสนใจแต่ศพ
มู่เหมี่ยนหันไปมองเฉินเสวี่ยแวบหนึ่ง แล้วหันมามองฝางรุ่ย “เพื่อความยุติธรรม!”
“……”
บังเอิญเสี่ยวจางออกไปปฏิบัติงานภาคสนามพอดี ฝางรุ่ยจึงพามู่เหมี่ยนไปบ้านหลู่เทียนโดยตรง
หลู่เทียนพักอยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรเหวินยวนในเขตตะวันออกของเมือง การรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ถือว่าใช้ได้ หลู่เทียนพักอยู่ห้อง 603 อาคาร 6
คนที่มาเปิดประตูคือนีเหยียน ช่วงนี้สภาพจิตใจของหลู่เทียนไม่ค่อยดี นีเหยียนจึงคอยอยู่กับหลู่เทียนแทบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กลัวว่าเธอจะคิดสั้น
พอเห็นว่าคนที่มาคือฝางรุ่ย นีเหยียนก็ประหลาดใจยินดี “ผู้กองฝาง? ไม่เจอกันตั้งนาน คดีนี้คุณเป็นคนสืบสวนหรือคะ”
“ใช่ นีเหยียน คุณเป็นคนรับผิดชอบคดีของหลู่เทียนอยู่หรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ พวกคุณมาหาหลู่เทียนหรือคะ ตอนนี้เธอกินยาแล้วก็หลับไป คงต้องรอสักพักถึงจะตื่น”
ก่อนหน้านี้นีเหยียนรับผิดชอบคดีอาญาโดยเฉพาะ เป็นอัยการที่มีความสามารถ จึงต้องประสานงานกับฝางรุ่ยและทีมอยู่บ่อยครั้ง พอติดต่อกันไปมาทั้งสองก็รู้จักกัน
ต่อมานีเหยียนถูกลดบทบาทในสำนักงานอัยการ งานที่เธอรับผิดชอบส่วนใหญ่เป็นคดีเล็ก ๆ จึงมีโอกาสพบปะกับฝางรุ่ยน้อยลง
“ฝางรุ่ย พอรู้ว่าคุณเป็นคนสืบคดีนี้ ฉันก็มีความหวังขึ้นมาทันที เราต้องหาหลักฐานมายืนยันความผิดของหลินเชียนเจี๋ยให้ได้แน่” นีเหยียนพูดอย่างยินดี
ฝางรุ่ยกับนีเหยียนมัวแต่ทักทายกันอยู่ พวกเขาขวางทางมู่เหมี่ยนจนเธอเริ่มหงุดหงิด เธอจึงพูดเสริมว่า “แล้วก็ฉันด้วย!”
นีเหยียนถึงเพิ่งสังเกตว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเดินตามหลังฝางรุ่ยมา ดูอายุยังน้อย
“คนนี้คืออัยการนีเหยียน” ฝางรุ่ยหันไปยิ้มให้มู่เหมี่ยน ก่อนแนะนำเธอให้นีเหยียนรู้จัก “นีเหยียน นี่คือนิติเวชคนใหม่ของสำนักงานตำรวจภูธรเมืองเรา มู่เหมี่ยน”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ นิติเวชมู่!” นีเหยียนยื่นมือไปหามู่เหมี่ยน
