“มู่เหมี่ยน ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ถ้าเธอก่ออาชญากรรม เธอก็ต้องรับการพิจารณาตัดสินตามกฎหมาย” ฝางรุ่ยมองกระแสรถที่ติดขัด “แต่สิ่งเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือ เราต้องหาหลักฐานให้ได้ก่อน”
“หลินเชียนเจี๋ยก็ก่ออาชญากรรม แต่เขากลับรอดพ้นจากการลงโทษตามกฎหมาย” มู่เหมี่ยนโต้ “หลู่เทียนเป็นคนดี เธอถูกบีบให้ต้องก่ออาชญากรรม!”
ฝางรุ่ยเห็นสัญญาณไฟแดง จึงจอดรถแล้วหันมามองมู่เหมี่ยน “เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายมีข้อจำกัด เราต้องพยายามปรับปรุงกฎหมายให้ดีขึ้น แต่ไม่ว่าประสบการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน ก็ไม่ใช่เหตุผลในการก่ออาชญากรรม ถ้าหลู่เทียนก่ออาชญากรรมจริง เธอก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง”
“แต่มันไม่ยุติธรรมเลย!”
“มู่เหมี่ยน โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมที่สมบูรณ์แบบ”
เมื่อกลับถึงบ้าน มู่เหมี่ยนแขวนกระดิ่งลมที่ร้อยจากเปลือกหอยไว้ข้างหน้าต่างด้านใน พอลมพัดมา เปลือกหอยก็ส่งเสียงใสกังวาน
เสียงดังจัง!
ผ่านไปครู่หนึ่ง มู่เหมี่ยนก็เก็บมันกลับใส่กล่อง
วันรุ่งขึ้น ฝางรุ่ยกับเสี่ยวจางไปหาเสิ่นเหม่ยหลิน เพื่อนสนิทของเสิ่นหยวนหยวนอีกครั้ง
“ผู้กองฝาง มาหาฉันมีเรื่องอะไรหรือคะ” เสิ่นเหม่ยหลินถาม “เรื่องของหยวนหยวน ฉันเล่าให้พวกคุณฟังหมดแล้วนะคะ อย่ามาหาฉันบ่อยนักเลยค่ะ แบบนี้จะกระทบงานของฉัน”
“เสิ่นหยวนหยวนมีเพื่อนสนิทคนอื่นอีกไหม”
“เธอมีเพื่อนเยอะค่ะ ไม่รู้ว่าพวกคุณหมายถึงคนไหน”
ฝางรุ่ยหยิบรูปของหลู่เทียนออกมาแล้วยื่นให้เสิ่นเหม่ยหลินดู “เสิ่นหยวนหยวนรู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม”
“นี่หลู่เทียนไม่ใช่เหรอคะ” เสิ่นเหม่ยหลินจำคนในรูปได้ทันที “เธอเป็นเพื่อนสนิทของหยวนหยวนค่ะ”
“พวกเธอรู้จักกันได้ยังไง”
“เมื่อครึ่งปีก่อน พวกเธออยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ สำหรับช่วยเหลือกันทางจิตใจค่ะ คนในกลุ่มต่างก็มีปัญหาทางจิตใจกันหลายแบบ นอกกลุ่มก็มักนัดพบปะกัน คอยพูดคุยให้กำลังใจและช่วยกันคลี่คลายปัญหา ได้ผลดีมากค่ะ
