มู่เหมี่ยนรู้สึกว่าสีหน้าของนีเหยียนดูซับซ้อน เธออ่านไม่ออก จึงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
“ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่ต้องแสวงหาและไขว่คว้า เพราะเราไม่อาจทำให้ความยุติธรรมสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นจริงได้ เราจึงต้องไล่ตามมัน ความยุติธรรมไม่ใช่ผลลัพธ์ แต่เป็นกระบวนการ” มู่เหมี่ยนปลอบเธอ
“ประโยคนี้เป็นคำพูดของอแลน เดอร์โชวิทซ์ เขาว่าความคดีร้องว่าไม่มีความผิดให้ซิมป์สันที่ฆ่าภรรยา แถมยังเคยว่าความให้เอปสไตน์ มหาเศรษฐีที่ชอบล่วงละเมิดเด็กด้วย คุณจะเอาคำพูดของทนายความฉาวโฉ่แบบนี้มาปลอบฉันเหรอ?” นีเหยียนอดหัวเราะไม่ได้ เธอรู้สึกว่ามู่เหมี่ยนเป็นคนน่าสนใจมาก
“ดูสิ แม้แต่คนเลวแบบนี้ยังเชื่อในความยุติธรรม แสดงว่าการปกป้องความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องโง่เขลาสักหน่อย” มู่เหมี่ยนกล่าว
“ฮ่า ๆ ๆ ตรรกะเวลาปลอบคนของคุณนี่แปลกจริง ๆ แต่ก็ขอบคุณนะ เพื่อนรักของฉัน ฉันได้รับการปลอบใจแล้ว ตอนนี้ฉันจะนอนแล้ว ราตรีสวัสดิ์”
“นีเหยียน เรา...เป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม?”
นีเหยียนไม่ได้ตอบมู่เหมี่ยน เธอเอนตัวพิงโซฟาและหลับไปแล้ว
มู่เหมี่ยนรู้สึกดีใจขึ้นมาเล็กน้อย เธอรีบเขียนลงในบันทึกการสังเกตตัวเองว่า วันนี้โชคดีมาก ฉันได้เพื่อนหนึ่งคน เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขีดฆ่าคำว่า “หนึ่ง” แล้วแก้เป็น “สอง”
หลู่เทียนก็น่าจะนับเป็นเพื่อนของเธอเหมือนกัน
มู่เหมี่ยนห่มผ้าให้พวกเธอทั้งสองคน ส่วนตัวเองไม่ได้นอน เธอมองท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้วนับดาวแก้เบื่อ
ที่จริงแล้วเธอไม่ค่อยเชื่อว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง ความยุติธรรมเป็นเพียงแนวคิดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม เช่นเดียวกับกฎหมายที่เป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง แต่นีเหยียนกลับมองว่ามันสูงส่งอย่างยิ่ง
