“พวกเราก็ตกใจเหมือนกัน” เสี่ยวจางพูดเสียงเบา “ศพผู้หญิงคนนั้นชื่อหวังเสี่ยวหยา เป็นเพื่อนสนิทของหลู่เทียน คุณว่าบังเอิญไหม คนที่ตายกลับเป็นสองคนนี้พอดี!”
“ฆาตกรไม่มีทางเป็นหลู่เทียนหรืออัยการนีแน่นอน เมื่อวานฉันกับมู่เหมี่ยนเฝ้าดูพวกเธอสองคนไม่ห่างตลอดเวลา ช่วงหลังเที่ยงคืนนีเหยียนยังโวยวายจะฆ่าตัวตายอีก โชคดีที่นิติเวชมู่สังเกตเห็นได้ทัน ไม่อย่างนั้นนีเหยียนคงไม่รอดแล้ว” เฉินเสวี่ยรีบชี้แจงเพื่อให้หลู่เทียนกับนีเหยียนพ้นข้อสงสัย
“พวกเราก็ไม่ได้สงสัยพวกเธออยู่แล้ว!” เสี่ยวจางพูด “ตอนนั้นบนเรือยอชต์มีคนอยู่แค่สี่คน ตายไปสองคน ในบรรดาสองคนที่ยังไม่ตาย ต้องมีคนหนึ่งเป็นฆาตกรแน่”
มู่เหมี่ยนสำรวจศพทั้งสอง ศพผู้เสียชีวิตทั้งคู่มีฟองสีขาวละเอียดอยู่ข้างปาก ผิวหนังทั่วร่างเขียวคล้ำ
“พวกเขาถูกวางยา น่าจะเป็นสารพิษต่อระบบประสาทชนิดหนึ่ง” มู่เหมี่ยนตรวจสอบสภาพศพอย่างละเอียด “ไม่มีบาดแผลภายนอก ไม่พบรอยเข็มที่ชัดเจน เบื้องต้นตัดความเป็นไปได้ว่าเป็นยาฉีดออกไปได้ ต้องตรวจพิษวิทยาถึงจะรู้ว่าเป็นยาพิษชนิดใดกันแน่”
ฝางรุ่ยหันไปมองผู้แจ้งเหตุคนหนึ่ง “เมื่อคืนพวกคุณไม่ได้ใช้ยาเสพติดผิดกฎหมายอะไรใช่ไหม?”
ผู้แจ้งเหตุคนนี้ชื่อเฉินตงงง เป็นทั้งผู้ช่วยและลูกสมุนของหลินเชียนเจี๋ย ปกติก็ติดตามหลินเชียนเจี๋ยไปก่อเรื่องอยู่ไม่น้อย
“มะ...ไม่มีแน่นอนครับ” สีหน้าเฉินตงงงมีพิรุธ “ยังไงผมก็ไม่ได้ใช้แน่ ถ้าคุณไม่เชื่อ จะพาผมไปตรวจปัสสาวะก็ได้”
“หวังว่าจะไม่มีนะ!”
