“มู่เหมี่ยน ไม่ใช่ใครก็ทำได้เหมือนเธอหรอก ที่จะแก้ผลการทดสอบทางจิตวิทยาได้อย่างง่ายดาย” ฝางรุ่ยพูดขัดขึ้น “แถมเธอยังแสดงไม่เนียน ที่ปรึกษาหลินมองแวบเดียวก็จับได้แล้ว”
มู่เหมี่ยนก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
แม้เธอจะผ่านการประเมินด้วยแบบทดสอบของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาได้ทุกครั้ง แต่พอถึงขั้นประเมินพฤติกรรมก็มักจะเผยพิรุธออกมา
ช่วงหนึ่งเธอเคยเชื่อสนิทใจว่ามีวิชาอ่านใจอยู่จริง เพราะทุกครั้งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาพวกนั้นมองเธอ พวกเขาก็จับได้ว่าเธอกำลังปลอมตัว
ที่แท้ก็เป็นเพราะเธอแสดงไม่เนียนพอนี่เอง!
หลู่เทียนสารภาพว่า “นีเหยียน จริง ๆ แล้วฉันกำลังรักษากับจิตแพทย์อยู่ ฉันเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว เรื่องนี้จะส่งผลต่อคำตัดสินไหม”
นีเหยียนถามว่า “จิตแพทย์ของคุณเป็นใคร เราไปปรึกษาเธอได้ไหม”
“เธอชื่อเสิ่นซีอิน เป็นจิตแพทย์ที่เก่งมาก ตั้งแต่ฉันเริ่มรักษากับเธอ ปัญหาเรื่องอารมณ์ของฉันก็ควบคุมได้แล้ว เธอน่าจะยินดีมาให้การในศาลแทนฉัน”
“เธอเป็นพี่สาวฉัน” น้ำเสียงของมู่เหมี่ยนเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ “พี่เป็นนักบำบัดจิตใจที่เก่งมาก ต้องช่วยคุณได้แน่นอน”
ฝางรุ่ยเตือนพวกเธอว่า “ปัญหาตอนนี้คือ หวังลี่อาจติดสินบนผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นให้ทำรายงานประเมินปลอม”
มู่เหมี่ยนแย้งว่า “แต่การปลอมแปลงเป็นเรื่องผิดกฎหมายนี่! ผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นจะยอมทำผิดกฎหมายด้วยเหรอ”
ทุกคนเงียบ ไม่มีใครตอบคำถามของมู่เหมี่ยน
การพิจารณาคดีครั้งที่สองมาถึงอย่างรวดเร็ว เสี่ยวจางออกไปปฏิบัติงานภาคสนาม ส่วนเฉินเสวี่ยกลัวว่าผลจะออกมาไม่ดีจึงไม่ยอมมา ดังนั้นครั้งนี้จึงมีเพียงฝางรุ่ยกับมู่เหมี่ยนที่ไปศาล
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชสี่คนและนักจิตวิทยาสองคนจากศูนย์พิสูจน์เอกสารและตรวจพิจารณากรณีทางตุลาการ ต่างประเมินสภาพจิตใจของหลู่เทียนแยกกัน ทั้งหกคนได้ข้อสรุปตรงกัน พร้อมให้รายละเอียดการวิเคราะห์ไว้ว่า
