ไป๋เหยี่ยนจือเงยหน้ามองเฉินซู่ที่อยู่ด้านข้าง พอเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงกลับมาสงบและเด็ดขาดเหมือนเช่นเคย แต่ทุกคำพูดเย็นเยียบราวกับมีดถูกชักออกจากฝัก
“เฉินซู่”
เฉินซู่ก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว เอ่ยตอบพร้อมก้มตัวเล็กน้อย “ครับ คุณชายใหญ่”
“ไปสืบว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนของคุณชายเล็กมีใครดูแลอยู่ เริ่มลดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ ดึงรายการเดินบัญชีทั้งหมดออกมา สอบถามคนที่เกี่ยวข้องทีละคน ไปตอนนี้เลย”
“ครับ!” เฉินซู่ไม่กล้าชักช้า หันหลังเดินเร็วออกจากห้องน้ำชา ตอนปิดประตู อดหันกลับมามองไป๋ฉือที่นั่งตัวตรงอยู่อย่างเชื่อฟังไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยความเวทนา
ห้องน้ำชาเงียบลงอีกครั้ง
ลูกกระเดือกของไป๋เหยี่ยนจือขยับเล็กน้อย สายตาย้ายจากใบหน้าของไป๋ฉือไปจับที่ถุงพลาสติกใสที่อยู่ข้างเท้าของเขา
ถุงบาง ๆ ด้านในมีเสื้อผ้าพับซ้อนกันอยู่ ด้านบนเป็นแจ็กเก็ต ด้านล่างกดทับด้วยเสื้อสีน้ำเงินเข้ม พอมองเห็นตราโรงเรียนเซนต์แอนดรูว์จาง ๆ ด้านล่างยังนูน ๆ อยู่
“ในถุงพลาสติกมีอะไร?” เขาเอ่ยถาม
ไป๋ฉือก้มหน้ามองถุงที่อยู่ข้างเท้าโดยสัญชาตญาณ พลันตั้งสติได้ รีบคว้าถุงพลาสติกขึ้นมากอดแนบอก สองมือรวบกอดแน่น ขยับตัวหดไปด้านหลัง ราวกับกระต่ายน้อยที่หวงอาหาร
ท่าทางเร็วและรุนแรงขนาดนั้น ทำให้มือที่ไป๋เหยี่ยนจือยื่นออกไปค้างอยู่กลางอากาศ
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วในคืนนี้ที่เขาถูกไป๋ฉือขัดจังหวะด้วยท่าทางที่คาดไม่ถึง ครั้งก่อนคือยกแก้วเปล่าขึ้นมาพูดว่า “หมดแล้ว” ครั้งนี้คือกอดถุงพลาสติก
“……นายทำอะไร?” คิ้วของไป๋เหยี่ยนจือขมวดมุ่น
“อย่าดู” ไป๋ฉือกอดถุงแน่นขึ้น แก้มป่องเล็กน้อย น้ำเสียงอู้อี้ ปนความตึงเครียดที่ผิดปกติ
“ทำไม?”
“ก็อย่าดู” ไป๋ฉือไม่ยอมเปลี่ยนคำ ปลายหูแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ไป๋เหยี่ยนจือหดมือกลับ นั่งพิงเก้าอี้ตัวกลม กลับมาท่าทางสงบสุขุม แต่แววตาแวบหนึ่งมีความฉงนเล็กน้อย “ไป๋ฉือ นายกำลังกังวลอะไรอยู่?”
ไป๋ฉือกัดริมฝีปาก รีบยัดถุงพลาสติกไปไว้ด้านหลัง ใช้แผ่นหลังกั้นไว้แน่น จากนั้นนั่งตัวตรง วางมือทั้งสองลงบนเข่าอย่างเรียบร้อย กลับมานั่งท่าเรียบร้อยสงบเหมือนตอนแรก
