บทที่ 58 ปะทะคารม
ไป๋ฉือสูดหายใจลึก ๆ แล้วเดินตามไป๋เหยี่ยนจือกลับไปยังห้องรับด้านข้าง
เสิ่นทิงหลานนั่งจิบชาอยู่บนโซฟา ท่าทางสงบนิ่ง แต่หว่างคิ้วกลับแฝงความห่างเหินที่ชวนให้คนไม่กล้าเข้าใกล้ ส่วนไป๋จี้เหิงเอนกายพิงพนักโซฟาอย่างเกียจคร้าน สีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์
ทั้งสองนั่งอยู่คนละฟากของโซฟา มีที่ว่างคั่นกลาง ต่างฝ่ายต่างเงียบและไม่มองหน้ากัน ห้องรับด้านข้างอันกว้างขวางเงียบผิดปกติ ราวกับมีสายธนูขึงตึงที่พร้อมขาดผึงได้ทุกเมื่อ
ไป๋ฉือเพิ่งก้าวเท้าเข้าประตู ก็รู้สึกถึงบรรยากาศกดดันจนเผลอหายใจเบาลงไปหลายส่วน
เขามองเสิ่นทิงหลานที มองไป๋จี้เหิงที รู้สึกว่าระหว่างที่ตัวเองไม่อยู่ สองคนนี้ต้องเกิดเรื่องอะไรกันขึ้นแน่
ไม่ก็โต้เถียงกันไปหลายยก ไม่ก็ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้ว ถึงขั้นขี้เกียจจะหาเรื่องกันด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนสัตว์ตัวเล็กที่เผลอหลงเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์ร้าย ขยับพลาดเพียงก้าวเดียวก็อาจถูกทั้งสองฝ่ายจ้องเล่นงานพร้อมกัน
เมื่อเห็นไป๋ฉือเดินตามไป๋เหยี่ยนจือเข้ามา ไป๋จี้เหิงก็ใช้มือข้างหนึ่งเท้าศีรษะแล้วหันมามองเขา
เขาเหลือบมองรอยสีน้ำตาลจาง ๆ บนโหนกแก้มของไป๋ฉือ ก่อนเอ่ยหยอกอย่างรู้ทันว่า “เช็ดกันอยู่นานจริง ๆ ด้วย”
ไป๋ฉือยกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจจะจับรอยบนใบหน้า แต่พอยกได้ครึ่งทางก็ลดมือลง แล้วแก้ตัวเสียงเบาว่า “แค่แป๊บเดียวเอง”
ไป๋จี้เหิงหัวเราะเบา ๆ “พี่ใหญ่ทายาให้คนอื่น เคยทำลวก ๆ เสียเมื่อไหร่”
ไป๋เหยี่ยนจือที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รับเสื้อคลุมจากเฉินซู่มาสวม ท่าทางสง่างามไม่เร่งรีบ ก่อนเอ่ยถามไป๋จี้เหิงว่า “เรื่องที่ทางเดินเป็นยังไงบ้าง”
ไป๋จี้เหิงตอบด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ ท่าทางเหมือนไม่ได้ใส่ใจเรื่องยุ่งยากเล็กน้อยนี้เลย
“ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง อาศัยชื่อว่าเป็นแม่ของแฟนเสิ่นเย่ แล้วใช้เส้นสายของตระกูลเสิ่นแอบเข้ามา ตอนบ่ายเธอด่าไป๋ฉืออยู่บนทางขึ้นเขา ไป๋ฉือไม่ถือสา แต่เธอกลับได้ใจ พอเข้ามาถึงห้องจัดเลี้ยงก็ยังกล้าตามมาลงมือ ผมเลยสั่งสอนไปยกหนึ่ง แล้วให้คนลากออกไปแล้ว”
