โจวมู่หยุนรู้ดีว่าราคาเท่านี้ในยุคนี้ถือว่ายุติธรรมแล้ว แม้จะแพงกว่าร้านค้าสหกรณ์ แต่ไม่ต้องต่อแถวแย่งซื้อ ไม่ต้องคอยดูสีหน้าคนขาย ที่สำคัญที่สุดคือไม่ต้องใช้คูปอง คุ้มค่ามาก เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ซื้อเยอะไปก็ขนลำบาก แถมยังสะดุดตาอีก เอาอย่างนี้ แป้งสาลีขาว 20 จิน แป้งข้าวโพด 30 จิน แล้วก็เนื้อหมู 5 จิน เอามันกับเนื้อแดงอย่างละครึ่ง นอกจากนี้ขอแลกคูปองบุหรี่กับคูปองเหล้า แล้วก็คูปองของชำพวกน้ำตาลกับผ้าด้วย อย่างละสิบกว่าใบ”
หลี่ชิงที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นก็รีบพูดตามว่า “พี่เอ้อร์โกว ผมเอาเหมือนเขาเลย! แป้งสาลีขาว 20 จิน แป้งข้าวโพด 30 จิน คูปองบุหรี่ คูปองเหล้า แล้วก็คูปองของชำ เอามาอย่างละชุดเหมือนกัน!” ดวงตาของเขาเป็นประกาย ตื่นเต้นจนแทบอดใจไม่ไหว ในที่สุดก็ซื้อธัญพืชขัดสีได้เยอะขนาดนี้แล้ว กลับไปก็ไม่ต้องแทะวอโถวผสมใบไม้ทุกวันอีกต่อไป!
เอ้อร์โกวยิ้มพลางพยักหน้า “ได้ ไม่มีปัญหา! พวกนายรอก่อน เดี๋ยวฉันไปเอาของมาให้ รับรองว่าชั่งครบ ของก็สดใหม่!”
ไม่ถึงสิบนาที เอ้อร์โกวก็กลับมาพร้อมลูกน้องอีกสองคน ในมือถือถุงผ้าหยาบใบใหญ่ตุงเต็มสี่ใบกับคูปองที่ซ้อนเรียงกันเป็นตั้ง เขายื่นของให้พลางยิ้มบอกว่า “ลองตรวจดูสิ แป้งสาลีขาวถุงละ 20 จิน แป้งข้าวโพดถุงละ 30 จิน เนื้อหมูห่ออยู่ด้านในสุด ส่วนคูปองก็นับไว้ครบแล้ว ขาดไปสักใบก็ไม่มี”
