ตอนจีอู๋กลับถึงบ้าน ฟ้าก็มืดแล้ว แม่ของเธอมารออยู่ชั้นล่าง แสงไฟถนนทอดเงาของแม่ให้ยาวเหยียด พอเห็นจีอู๋ลงจากรถ แม่ก็รีบเดินเข้ามาหาแล้วกุมมือเธอไว้ ฝ่ามือเย็นเฉียบ
“แม่ พ่ออยู่ไหนคะ?”
“อยู่บ้าน เรียกให้ลงมารับก็ไม่ยอม บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก”
สองแม่ลูกขึ้นไปข้างบน พ่อของจีอู๋นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น โทรทัศน์เปิดอยู่แต่เสียงเบามาก สายตาของเขากลับไม่ได้จับจ้องหน้าจอ พอเห็นจีอู๋เดินเข้ามา เขาก็ขมวดคิ้ว “กลับมาทำไม? บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่เป็นไร”
“ขอดูผลตรวจสุขภาพหน่อยค่ะ” จีอู๋ไม่ได้ตอบคำถามเขา
พ่อของเธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลจากลิ้นชักโต๊ะชา จีอู๋ดึงรายงานออกมาอ่าน — เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกแบบไม่ฉีดสารทึบรังสี พบก้อนเนื้อขนาดประมาณ 1.2 × 1.0 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายฝ้ากระจกที่กลีบบนของปอดขวา ขอบเขตไม่ชัดเจน แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม
จีอู๋ไม่ใช่หมอ แต่เธอเข้าใจคำว่า “ขอบเขตไม่ชัดเจน” มือที่จับรายงานอยู่กำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
“หมอบอกว่าอาจเป็นเนื้อดี หรืออาจอยู่ในระยะเริ่มต้น” พ่อพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องของคนอื่น
“จะไปตรวจเพิ่มเติมเมื่อไรคะ?”
“นัดไว้วันมะรืน ไปทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบฉีดสารทึบรังสีที่โรงพยาบาลประชาชนประจำเมือง”
“หนูไปเป็นเพื่อนนะคะ”
“งานของลูก—”
“หนูลางานแล้วค่ะ”
พ่อมองเธอ ขยับริมฝีปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คัดค้านอีก
คืนนั้น จีอู๋กับแม่นอนเตียงเดียวกัน แม่พลิกตัวไปมาจนนอนไม่หลับ จีอู๋เองก็ไม่ได้นอนเช่นกัน กลางคืนด้านนอกหน้าต่างเงียบสงัด มีเพียงเสียงรถแล่นผ่านเป็นครั้งคราว
“พ่อแกเลิกบุหรี่มาหลายปีแล้ว ทำไมถึงยังเป็นโรคนี้ได้?” เสียงแม่อู้อี้อยู่ในหมอน
“แม่คะ ยังไม่ได้วินิจฉัยแน่ชัดเลย ต่อให้เป็นจริง ถ้าตรวจเจอตั้งแต่ระยะแรก อัตรารักษาหายก็สูงมากค่ะ”
“แม่รู้ แม่แค่…กลัว”
