[พี่น้องครับ สองหนุ่มทีมเหมันต์ประกาศกร้าวแล้วว่าจะเชือดนักสาปแช่ง เกมนี้ต้องมันส์แน่!]
[นักสาปแช่งพละกำลังกระจอก ใช้แค่เล่ห์เหลี่ยม พอเราระวังตัวก็จบแล้ว ยังไงก็เป็นผู้หญิง คิดว่าผลแพ้ชนะก็ไม่มีอะไรต้องลุ้น]
[ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็จะได้เห็นมันลากร่างครึ่งท่อนคลานกับพื้นซะที!]
[พวกโง่ชาติหมามาเห่าอะไรอีก รู้ไหมที่นักสาปแช่งเคยพูดไว้ "พวกที่ดูถูกผู้หญิง ยังไงก็ต้องตายด้วยน้ำมือผู้หญิง" แนะนำให้กลับไปเกิดใหม่ในท้องแม่]
[กลับท้องแม่ห่าอะไร? ชาติหน้าให้พ่อคลอดออกมาเอง แล้วไหลออกมาพร้อมของเสียเลยดีกว่า]
……
ในห้องไลฟ์ของสวีเฉินกวง ผู้ชมที่เชียร์และต่อต้านเยี่ยนเจาแบ่งเป็นสองฝ่าย กำลังสาดอารมณ์ใส่กันเดือดพล่าน
ข้อความแชตเด้งรัวเป็นระลอก ๆ จนกระทั่งภาพกวาดผ่านอี้จั้งหลัน ถึงได้มีประเด็นใหม่ให้ถกเพิ่มอีกสองสามจุด
[เอ๊ะ? เพื่อนร่วมทีมที่นักสาปแช่งหามา ฉันเหมือนเคยเห็นในกระดานจัดอันดับมือใหม่นะ?]
[เจ๋งว่ะ นักสาปแช่งพาเด็กใหม่ไปสู้กับเฮ่อหย่งกับสวีเฉินกวงเนี่ยนะ? เธอบ้าหรือฉันบ้า?]
[ฉันพอจำได้นะ ผู้หญิงคนนี้ชื่ออี้จั้งหลัน แต่รอบนี้แต่งตัวดีขึ้นเยอะเลย ฉันจำได้ว่ารอบนั้นมันใส่ชุดคนไข้ของโรงพยาบาลจิตเวชด้วยซ้ำ]
[…เฮ้ย! มันตบหน้าสวีเฉินกวงด้วย! คนปกติที่ไหนตบหน้ากันก่อนเลย!]
[ถึงได้บอกไงว่ามันเป็นโรคจิต]
[หลันหลันสู้ ๆ นะ]
ข้อความท้ายสุด สี่ตัวอักษรสั้น ๆ นี้ หวังหมิงเยวี่ยผู้รอดชีวิตจากรอบที่แล้วเป็นคนส่ง
บาดแผลที่ได้รับในเกม เมื่อกลับถึงนครแห่งเคราะห์ร้ายจะฟื้นฟูอัตโนมัติ ตอนนั้นถ้าอี้จั้งหลันไม่ตัดสินใจฟันเท้าข้างหนึ่งของเธอทิ้ง เธอคงตายในโรงละครไปแล้ว
เธอรู้แจ่มแจ้งว่าทำไมนักสาปแช่งถึงเลือกอี้จั้งหลันเป็นเพื่อนร่วมทีม นี่คือสายตาที่เฉียบคมรู้จักใช้คนสมกับเป็นผู้กล้า
