[บ้าไปแล้ว พวกนายไม่สังเกตเห็นเหรอว่าตอนผู้หญิงคนนั้นเต้นรำกับหุ่นเชิด สีหน้าเธอยังดูเคลิบเคลิ้มสุด ๆ เลย]
[จิตใจนี่ต้องผิดปกติขนาดไหน ก่อนถูกหุ่นเชิดทุบตาย สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่หนี แต่คือยื่นดอกไม้ให้หุ่นเชิด???]
[จบเห่แล้ว โรคจิตคนนี้พยาบาทรุนแรงเป็นพิเศษ เป็นพันธมิตรกับเธอก็ดาบสองคม ถ้าแค่แคลงใจนิดหน่อย จุดจบคงไม่ต่างจากชายชุดดำ]
[ชูมีดแล้ว! เธอชูมีดแล้ว!]
……
อี้จั้งหลันหยิบมีดเล่มนั้นออกมาตอนไหน หวังหมิงเยวี่ยไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย และวินาทีต่อมา อี้จั้งหลันก็แทงมีดเร็วยิ่งกว่า จนเธอหลบไม่ทัน
คมมีดที่เสียดแทงสายลม พุ่งตรงเข้าเสียบลำคอเธอ เธอตกใจจนขาอ่อน ยังไม่ทันตั้งตัว น้ำตาก็ไหลอาบหน้าไม่เป็นท่า
…แต่ความเจ็บปวดที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น
มีดสั้นเลี้ยวกลางคัน ไม่ทำให้โลหิตตก แต่ตัดเปียผมเปียข้างที่เธอถักไว้ขาดสะบั้นแทน
ผมที่เหลือปลิวสยายกลางสายลม ดูยุ่งเหยิงราวกับถูกสุนัขแทะในพริบตา
อี้จั้งหลันเก็บมีด รับกล่องโลหะมาอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วหันหลังเดินกลับทางที่มา
เธอยิ้มพลางเอ่ยว่า “หาข้ออ้างดี ๆ ไว้กลับไปอธิบายกับรูมเมทของเธอ”
หวังหมิงเยวี่ยรอดตายหวุดหวิด เหงื่อเย็นพลุ่งทั่วร่าง เธอเอื้อมมือสัมผัสทรงผมพัง ๆ ของตัวเอง ครั้งนี้สัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากอีกฝ่ายจริง ๆ
ทำไมถึงมีแรงกดดันรุนแรงขนาดนี้? ต่อให้เจอหลี่ซั่วมนุษย์หัวล้านกล้ามโต เธอยังไม่รู้สึกอย่างนี้เลย
