“ศิษย์...ศิษย์พี่”
กู้ซิงเหมียนเผลอเรียกเขาออกมาตามสัญชาตญาณ ก่อนจะนึกถึงสภาพน่าอับอายของตน
นางไม่รู้ว่าศิษย์พี่ผู้นี้คิดจะจัดการกับนางอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งลงชื่อเข้าใช้จนได้รับกายากระถางปรุงโอสถมา
แม้สำนักเฮ่อกุยจะเป็นสำนักฝ่ายธรรมะอันเลื่องชื่อ แต่ตัวตนระดับศิษย์พี่ใหญ่ก็คงไม่คิดหมายปองกายาพิเศษของนางหรอกกระมัง
ถึงอย่างไร นี่ก็เป็นกายากระถางปรุงโอสถชั้นเลิศ เส้นทางบำเพ็ญเซียนคือการช่วงชิงกับวิถีสวรรค์และชะตาชีวิต
สมบัติล้ำค่าฟ้าประทานและวาสนาท้าทายสวรรค์ ล้วนขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้
แต่หลายครั้ง แค่คำว่า “กระถางปรุงโอสถ” ก็เป็นทั้งสมบัติล้ำค่าฟ้าประทานและวาสนา แถมยังใช้ได้อย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก
นางไม่รู้ว่าศิษย์พี่ผู้นี้จะคิดร้ายต่อนางเพราะเรื่องนี้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางไม่รู้ว่าเขาคือพระเอกที่ตัวเองเขียนขึ้นหรือเปล่า
เพื่อเพิ่มความตื่นเต้น นางเขียนแนวบังคับขืนใจเอาไว้เต็มไปหมด
กู้ซิงเหมียนยอมรับว่าชอบความตื่นเต้น แต่แค่ตอนอ่านหนังสือนะ ไม่ได้อยากเจอเอง!
นางหยกป้ายสื่อสารออกมา ตั้งใจจะรายงานอาจารย์ว่าอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่
แต่ตอนนี้กู้ซิงเหมียนยังไม่คิดจะบอกเรื่องที่ถูกชิงพรหมจรรย์ไป เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน ตอนนี้สมองของนางยุ่งเหยิงไปหมด คิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น
นางแค่อยากเพิ่มหลักประกันความปลอดภัยให้ตัวเองอีกชั้น
แต่เจ้าหมอนี่กลับไม่ไปไหนเสียที!
ท่าทางแบบนี้ชวนให้คิดว่ากำลังจะฟ้องอาจารย์ แล้วดันถูกจับได้คาหนังคาเขาอีก
ในตอนนั้นเอง ความสามารถพิเศษก็มาก่อเรื่องอีกครั้ง จู่ ๆ ก็ส่งข้อมูลบางอย่างเข้ามาในจิตของกู้ซิงเหมียน:
【บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ลงชื่อเข้าใช้ปรากฏตัว เนื่องจากลงชื่อเข้าใช้แล้ว จึงปลดล็อกข้อมูลความเกี่ยวข้องกับบุคคล】
【หมายเหตุ: หากลงชื่อเข้าใช้ซ้ำ ณ สถานที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้องคนเดิม จะปลดล็อกข้อมูลเพิ่มเติม】
แสดงข้อมูลความเกี่ยวข้อง——
【บุคคล: กงหลิ่งเยวียน】
【รากวิญญาณ: รากวิญญาณสายฟ้าชั้นเลิศ, ? (รอปลดล็อก)】
【ฐานะ: ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเฮ่อกุย, ? (รอปลดล็อก)】
【ระดับบำเพ็ญ: ? (รอปลดล็อก)】
【วิถีมรรคา: ? (รอปลดล็อก)】
【ความเกี่ยวพันแห่งชะตา: ระหว่างพวกเจ้ามีอดีตแค้นที่ถูกผนึกไว้ แนะนำให้รักษาระยะห่าง มิฉะนั้นอาจประสบเคราะห์】
นี่คือข้อมูลส่วนตัวของกงหลิ่งเยวียนงั้นหรือ?
มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด บอกเหมือนไม่ได้บอก
กู้ซิงเหมียนกวาดตาผ่านเครื่องหมายคำถามเหล่านั้น แล้วสะดุดเข้ากับข้อความในหัวข้อความเกี่ยวพันแห่งชะตา
อดีตแค้นที่ถูกผนึกไว้ แนะนำให้รักษาระยะห่างหมายความว่ายังไง?
เคราะห์ร้ายที่ว่าคือ...?
คงไม่ใช่เรื่องที่เธออ่านเจอในหนังสือหรอกนะ
กู้ซิงเหมียนไม่มีวันลืมว่าเหตุใดตัวเองถึงทะลุมิติมา ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นฉับพลัน หัวใจเต้นระรัวจนแทบขึ้นมาจุกที่คอ นางได้แต่มองศิษย์พี่ใหญ่ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
กงหลิ่งเยวียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความลังเลและสับสนอยู่จาง ๆ
“ศิษย์น้องกู้ เมื่อครู่เจ้าคิดจะทำอะไรหรือ?”
กู้ซิงเหมียนได้สติ ระหว่างขบคิดถึงความเกี่ยวพันแห่งชะตา นางก็อธิบายไปด้วย “...ข้าเพียงอยากรายงานอาจารย์ให้ทราบว่าข้าปลอดภัยดี”
จากนั้นก็รีบเสริมทันที:
“เรื่องวันนี้...ข้าจะไม่แพร่งพรายออกไป ขอศิษย์พี่ปล่อยข้าไปได้หรือไม่?”
ความสามารถพิเศษยังเตือนให้เธอหนีแล้ว
อยู่ที่นี่ต่อ รอเปิดรอบสองหรือไง?
กู้ซิงเหมียนอยากไปจากที่นี่
สตรีผู้บำเพ็ญบนเตียงยังคงอยู่ในท่าเดิม แขนกอดตัวเองไว้แน่น กึ่งนั่งกึ่งยอง
นางพยายามปกปิดร่างกายทุกส่วนให้มากที่สุด สีหน้าไม่สบายใจ ท่าทางระแวดระวังขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู ราวกับฉลาดพอจะรู้จักวางตัว
กู้ซิงเหมียนรู้ว่าตัวเองถูกล่วงเกิน และคนที่เสียเปรียบก็คือนาง
แต่ต่อหน้ากงหลิ่งเยวียน ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การไม่สนใจความแตกต่างมหาศาลระหว่างทั้งคู่แล้วพุ่งเข้าไปข่วนเขา หากเป็นการเออออไปก่อน แล้วค่อยออกจากที่นี่
จิตใจของนางว้าวุ่นจนอยากอยู่ลำพัง
กงหลิ่งเยวียนไม่พูดอะไร
กู้ซิงเหมียนสังเกตเห็นว่าสายตาของกงหลิ่งเยวียนคล้ายจะจับจ้องอยู่บนตัวนางไม่วาง หูของนางจึงแดงเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
จากนั้นสีแดงระเรื่อก็ลามขึ้นแต้มพวงแก้มงามเย็นชาของนาง
กู้ซิงเหมียนรู้สึกอึดอัด จึงหดตัวลงอีก นางไม่เคยชินกับการถูกบุรุษจับจ้องเช่นนี้
ความคิดสับสนยุ่งเหยิง ความกระอักกระอ่วนยากจะเอ่ยถาโถมเข้ามา
มือเรียวพลิกเบา ๆ ชุดกระโปรงยาวสีเขียวชุดใหม่เอี่ยมก็ปรากฏขึ้นในมือ
“ศิษย์พี่ช่วยอย่ามองข้าได้หรือไม่? ข้า...ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”
สตรีผู้บำเพ็ญงามเลิศล้ำเอียงกายเล็กน้อย ก้มหน้าลง เสียงหวานนุ่มเจือความกระอักกระอ่วนที่ยากจะเอ่ย
ทว่ากงหลิ่งเยวียนยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับ เขาครุ่นคิด สายตาเลื่อนผ่านต้นขาด้านข้างของหญิงสาวโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะหดกลับฉับพลัน
ใจกลางสายตา ผิวขาวผ่องดุจหยกมันแพะของกู้ซิงเหมียนปรากฏลวดลายบางอย่างให้เห็นราง ๆ
เส้นสายเรียบง่ายนั้นกระตุ้นความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ของกงหลิ่งเยวียน จนความหนาวเหน็บลึกล้ำผุดขึ้นในใจเป็นระลอก
แต่ความทรงจำนั้นเลือนรางไปแล้ว ชั่วขณะหนึ่งกงหลิ่งเยวียนจึงยังเรียบเรียงมันไม่ถูก
ลวดลายนี้ช่างคุ้นตาเหลือเกิน
แต่...มันคืออะไรกันแน่?
กู้ซิงเหมียนบนเตียงไม่ทันสังเกตความผิดปกติ นางแอบชำเลืองมองศิษย์พี่ใหญ่ พอเห็นเขายังคงยืนนิ่งไม่ตอบ เอาแต่จ้องมองนาง ก็ไม่เข้าใจความคิดของเขา
กู้ซิงเหมียนกัดฟันตัดสินใจ เกร็งขาแล้วลุกขึ้นในพริบตา
ในชั่วขณะที่ความงามผลิบาน กู้ซิงเหมียนก็รีบคลุมชุดเซียนสีเขียวเรียบง่ายลงบนกายอย่างลวก ๆ ชายกระโปรงปิดบังลวดลายที่กงหลิ่งเยวียนใส่ใจเอาไว้
สตรีผู้ปกปิดร่างกายมิดชิดมีใบหน้าซีดขาว แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่
แม้แต่ตอนขยับท่านี้ นางยังรู้สึกเจ็บแปลบจากภายในร่างเป็นระลอก
ความเจ็บนั้นไม่รุนแรงนัก อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับเจ็บปวดแสนสาหัสอย่างที่คิด
กู้ซิงเหมียนฝืนเดินโซเซลงจากเตียง ท่วงท่าดูเก้กัง
ตอนนี้จิตใจของนางว้าวุ่น ไม่รู้จะเผชิญหน้ากับศิษย์พี่ใหญ่ที่อยู่ ๆ ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ด้วยอย่างไร
ด่าทอ? กล่าวโทษ? หรือขัดขืนอย่างรุนแรง?
ล้วนไร้ความหมาย
ตอนนี้นางเป็นเพียงนกน้อยที่ตื่นตระหนกเพราะตกใจ
นางอยากอ้อมกงหลิ่งเยวียนออกไป อย่างน้อยก็ขออยู่ลำพังสักพัก
แต่กู้ซิงเหมียนกลับถูกกงหลิ่งเยวียนยื่นมือมาขวางไว้ ปลายนิ้วของเขาปะทุประกายสายฟ้า ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของหญิงสาว เขาก็ถ่ายเทพลังสายฟ้าเข้าสู่ร่างนาง
กระแสไฟฟ้าเชี่ยวกรากแล่นผ่านทั่วร่างของกู้ซิงเหมียนในพริบตา วูบไหวตามจุดชีพจรทั่วร่าง ก่อนจะเลือนหายไปในที่สุด
“ศิษย์น้องรู้หรือไม่ว่าเจ้าปลุกกายากระถางปรุงโอสถขึ้นมาแล้ว? กลิ่นอายเด่นชัดมาก หากผู้อื่นสังเกตเห็น แม้แต่ผู้อาวุโสก็อาจเกิดใจคิดไม่ซื่อกับเจ้า”
เขารู้แล้วหรือ?
สัญญาณเตือนภัยในใจของกู้ซิงเหมียนดังลั่น แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง คล้ายลูกกวางน้อยที่ตื่นตระหนก แต่ยังฝืนทำใจให้สงบ
“ข้าไม่เข้าใจว่าศิษย์พี่กำลังพูดเรื่องใด”
“เจ้าปฏิเสธได้ เพราะข้าช่วยปกปิดกายาพิเศษของเจ้าแล้ว”
กงหลิ่งเยวียนชักปลายนิ้วกลับ แววตายังคงมีร่องรอยใคร่รู้ต่อภาพลวดลายที่เหลือบเห็นเมื่อครู่
กู้ซิงเหมียนได้ยินดังนั้นก็ยังคงส่ายหน้า
เธอไม่ได้โง่นะ เกิดศิษย์พี่ใหญ่กำลังลองเชิงเธอขึ้นมาจะทำยังไง?
กายาพิเศษนี้ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่
ทันใดนั้น ปลายนิ้วหนึ่งก็เชยคางกู้ซิงเหมียนขึ้นเบา ๆ
สายตาของนางพลันเบนไปสบกับกงหลิ่งเยวียนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“กู้ซิงเหมียน พวกเราเคยพบกันที่อื่นมาก่อนหรือไม่?”
“ศิษย์พี่คงจำผิดแล้ว วันนี้ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ขอศิษย์พี่โปรดสำรวมด้วย”
กู้ซิงเหมียนซึ่งเดิมตื่นตระหนก ไม่รู้ไปเอาความกล้ามาจากไหน นางหลบมือของกงหลิ่งเยวียน น้ำเสียงเย็นชาและห่างเหินอย่างตั้งใจ
