“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เสียงของหลี่อวี่ซีสั่นเครือ ริมฝีปากซีดเผือด “พระรูปนั้น... ใบหน้าของเขา...”
“ถูกปรสิตยึดร่างแล้ว ทุกคนที่นี่ รวมถึงผู้รอดชีวิตพวกนั้น อาจถูกปรสิตยึดร่างกันหมดแล้ว”
“แล้วตอนนี้เราจะทำยังไง?” หลี่อวี่ฉิงกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
ใต้แสงจันทร์ ลานกว้างเต็มไปด้วยผู้คน
ผู้รอดชีวิตที่ตอนกลางวันยังยิ้มแย้มและพูดจาอ่อนโยน ตอนนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว
ร่างกายของพวกเขายังคงมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่ใต้ผิวหนังมีสิ่งสีแดงคล้ำจำนวนมากกำลังดิ้นยุกยิก คล้ายเส้นเลือด... หรือไม่ก็หนอน
ไม่สิ น่าขนลุกยิ่งกว่าหนอนเสียอีก เพราะดูเหมือนพวกมันจะมีสติรับรู้ของตัวเอง ปูดโปนขึ้นลงเป็นระลอก ดันผิวหนังจนเกิดตุ่มเล็ก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยุบลง
ดวงตาของทุกคนดำสนิท ไม่มีตาขาว ไม่มีรูม่านตา ราวกับลูกแก้วสีดำสองลูกฝังอยู่ในเบ้าตา
พวกเขาหันมามองทางหลินโม่พร้อมกัน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกัน
“อมิตาภพุทธ...”
เสียงของคนนับร้อยประสานทับกัน ก้องสะท้อนไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน
“อมิตาภพุทธ...”
“อมิตาภพุทธ...”
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่กลับทะลุทะลวงอย่างรุนแรง ราวกับสว่านเจาะเข้าไปในสมอง ขมับของหลินโม่เต้นตุบ ๆ จนภาพตรงหน้าซ้อนทับกันชั่วขณะ
“อย่าฟัง! อุดหูไว้!” เขาตะคอกเสียงต่ำ
“ไป! รีบไป!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็มีเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของหวังเฉียงดังมาจากด้านหลัง
“แม่งเอ๊ย! ไอ้ตัวบ้าอะไรวะ!”
จากนั้นเสียงดังสนั่นก็ตามมา แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นไหววูบ
หลินโม่หันไปมองด้านหลัง รูม่านตาหดแคบลงฉับพลัน
ชายร่างยักษ์สูงสี่เมตรโชกไปด้วยเลือด ดาบถังขนาดมหึมาพาดอยู่เบื้องหน้า ของเหลวสีแดงคล้ำยังหยดจากคมดาบ
แสงจันทร์ทอดเงาร่างมหึมาของเขาให้ยาวเหยียด ราวกับกำแพงเมืองที่เคลื่อนที่ได้
