ฉินชวนฉือชะงักนิ้วไปเล็กน้อย
เขามองผู้หญิงตรงหน้า รัตกาลทำให้โครงหน้าของเธอเลือนราง แต่ไม่อาจซ่อนความคมกริบในแววตาของเธอได้
ฉินชวนฉือยิ้มออกมา
“คุณเจียง”
“คุณหมายถึงแบบไหน?”
เดิมทีเจียงเหมยเป็นคนอารมณ์ร้อน พอเห็นท่าทางของฉินชวนฉือแบบนี้ เปลวโทสะที่ไม่มีที่มาก็แล่นปรี่ขึ้นมาทันที
แต่เธอข่มมันไว้
“ความสัมพันธ์แบบเลี้ยงดู ใช่ไหม?”
เธอใช้ประโยคคำถาม แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแน่ใจ
คนอย่างสวีหมั่งสมองมีไว้คิดเรื่องเดียว รู้จักแต่ทำธุรกิจกับรักษาสัตย์ ไม่เคยมองรอบตัว
ขนาดฉู่ยี่ถูกกระแสใต้น้ำดูดเข้าไปแล้ว เขายังไม่รู้ตัวเลย
แต่เธอมองออกแจ่มแจ้ง
ตอนที่สวีหมั่งเก็บฉู่ยี่กลับมานั้น เขาอายุสิบเจ็ด ขาดสารอาหาร ผอมจนไม่เหมือนอัลฟ่า แถมยังไม่ค่อยพูด
แรกเริ่มเธอก็ด่าสวีหมั่งเหมือนกัน ด่าเขาว่าไม่ทำเรื่องเป็นเรื่อง เอาแต่พาคนที่กินข้าวเปลืองกลับบ้าน
แต่พอเธอได้รู้อดีตของฉู่ยี่ เธอก็ไม่เคยใช้เรื่องนี้ด่าฉู่ยี่กับสวีหมั่งอีกเลย
และเมื่อเวลาผ่านมาหลายปีขนาดนี้ ในใจของเจียงเหมย ฉู่ยี่ก็ไม่ต่างอะไรกับน้องชายแท้ๆ
เธอสงสารฉู่ยี่ และเข้าใจฉู่ยี่
เด็กนั่นกระดูกแข็งยิ่งนัก ต่อให้ถูกตีขาหัก ก็ไม่มีทางคุกเข่าลงไปอ้อนวอนอะไรทั้งนั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหาคนมาเลี้ยงดูตัวเอง
ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงกลายเป็นความสัมพันธ์แบบนั้นไปได้?
คำตอบ มันชัดเจนอยู่ทนโท่
