ทุกคนที่นั่งอยู่ล้วนเป็นพี่น้องที่คลุกคลีในวงการมาหลายปี ต่างรู้ดีว่าซุนเหมี่ยวคือหนึ่งในคนสนิทที่สุดของฉู่ยี่
พอเห็นแม้แต่เขายังบอกว่าไม่รู้จัก ความอยากรู้เรื่องฉินชวนฉือของทุกคนก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น สายตาจับจ้องไปที่โต๊ะหลักไม่วางตา แอบคาดเดากันยกใหญ่
“มาดแบบนี้ สุดยอด ไม่ธรรมดาเลยนะ”
“ดูท่าทีพี่หมั่งสิ ต้องเป็นพี่ใหญ่ที่มาจากที่อื่นแน่!”
“ไม่ว่าเป็นใครก็ตามที่พี่อี้พามาที่นี่ ความสัมพันธ์ต้องไม่ธรรมดาแน่”
……
ซุนเหมี่ยวได้ยินเสียงซุบซิบรอบข้างก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร แค่ยิ้มเยาะในใจ
เดากันไปเถอะ
ให้มีแปดสมองก็เดาไม่ถูกหรอก
เขาคิดพลางหยิบเม็ดถั่วลิสงโยนเข้าปาก เคี้ยวดังกร้วม
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเปรยขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงกระเซ้าอย่างสนุก
“พวกนายว่า มีความเป็นไปได้ไหมว่า… จะเป็นแฟนพี่อี้พวกเรา?”
“แค่ก—แค่กๆๆ!”
ซุนเหมี่ยวสำลักจนหน้าดำหน้าแดง เศษถั่วลิสงหลุดเข้าไปในหลอดลม เกือบจะช็อคคาที่
เขาไอจนหน้าแดงก่ำ เบิกตาโตจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายที่พูดไม่ยั้งปาก
ลูกน้องที่เอ่ยขึ้นไม่ได้รู้ตัวถึงปัญหาเลย แถมยังหันไปกระซิบกับเพื่อนข้างๆ ต่อ
เพื่อนข้างๆ ถลึงตาใส่เขา แล้วลดเสียงต่ำลง
“นายนี่ก็ชักจะพูดไปกันใหญ่แล้วนะ ผู้ชายคนนั้นดูทรงก็รู้ว่าเป็นอัลฟ่า แล้วพี่อี้ของเราก่อนหน้านี้ก็ยังอยู่กับไอ้ไป๋...”
พูดไปได้ครึ่งประโยค จู่ๆ เจ้าตัวก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอเอ่ยถึงใคร ก็เลยรีบหุบปากทันที
บรรยากาศเหมือนถูกกดปุ่มหยุด
โต๊ะที่กำลังคุยกันอย่างออกรสเมื่อครู่ พลันเงียบกริบ
