เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ถอนหายใจยาว ราวกับเพิ่งทำภารกิจยากลำบากสำเร็จลุล่วง
ฉู่ยี่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูการทำงานที่ราบรื่นคล่องแคล่วของเขา แล้วก็ชูนิ้วโป้งให้เงียบ ๆ
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมตัวออกจาก "แหล่งเสือสิงห์กระทิงแรด" แห่งนี้ จู่ ๆ ก็มีชายผู้หนึ่งแต่งกายภูมิฐานถือแก้วไวน์เดินตรงเข้ามาหาพวกเขา
ชายคนนั้นมีใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน ท่าทางสุภาพนุ่มนวล เขาหยุดยืนตรงหน้าฉู่ยี่ รอยยิ้มบนใบหน้าพอเหมาะพอดี
"สวัสดียามค่ำครับทั้งสองท่าน ผมฟางหลินแห่งตระกูลฟาง"
ฉู่ยี่ไม่มีทีท่าเปลี่ยนไป แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเบต้า เขาพยักหน้าอย่างสุภาพ "สวัสดี ฉู่ยี่" ส่วนสวีหมั่งที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ปริปาก เขามองออกทะลุว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ จึงเบะปากอย่างหมั่นไส้
สายตาของฟางหลินหยุดอยู่ที่ตัวฉู่ยี่ รอยยิ้มยิ่งลุ่มลึก
ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉู่ยี่ก้าวเข้ามาในงาน เขาก็สังเกตเห็นแล้ว
อัลฟ่าตรงหน้าคนนี้ แม้จะมีท่าทางไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่หน้าตาโดดเด่นเกินใคร ถูกใจเขายิ่งนัก
เขาเฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าสองคนนี้ไม่น่าจะใช่ความสัมพันธ์แบบเลี้ยงดูอย่างที่คนอื่นนินทากัน จึงเดินเข้ามาลองหยั่งเชิงดู
"ผมเหมือนจะไม่เคยเห็นสองท่านในแวดวงของเมืองหลวงมาก่อนเลยนะครับ" ฟางหลินเอ่ยปาก น้ำเสียงเจือความอยากรู้
ฉู่ยี่พยักหน้าตอบอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
"อืม พวกเราไม่ใช่คนเมืองหลวง"
ฟางหลินยิ่งสงสัย "แล้วมาจากที่ไหนครับ"
