เจียงหยวนไม่ได้พูดอะไรมาก “พี่เฉียว คุณเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวเราจะพาคุณป้าไปโรงพยาบาลอำเภอ”
เฉียวเยว่หงน้ำตาไหลพราก
เธอไม่เคยคิดเลยว่าเจียงหยวนจะหาเงินสองร้อยหยวนมาให้เธอได้จริง ๆ
เงินสองร้อยหยวนนี้เปรียบดังแสงสว่างสายหนึ่ง ที่ส่องนำทางอนาคตของเฉียวเยว่หง
เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงส่งสายตาซาบซึ้งให้เจียงหยวน
จากนั้นก็เช็ดน้ำตา เดินออกจากบ้านตรงไปยังบ้านเลขานุการกองผลผลิตของบ้านเชียนเหยา
เจียงหยวนเองก็ไม่ได้รีบร้อนจากไป
เขารอจนเลขานุการกองผลผลิตของบ้านเชียนเหยาขับรถแทรกเตอร์ของตัวเองมาถึงหน้าบ้านเฉียวเยว่หง
เจียงหยวนจึงหันไปถลึงตาใส่พี่ใหญ่เฉียวที่ยืนเหม่ออยู่ด้านข้าง “แกจะยืนอึ้งอยู่อีกนานแค่ไหน? จะพาแม่แกไปหาหมอ แกไม่ออกเงินสักหยวนก็แล้วไป แต่นี่ถึงขั้นออกแรงช่วย แกยังไม่คิดจะช่วยอีกหรือไง?”
พี่ใหญ่เฉียวได้สติขึ้นมาทันที
เขารีบหันกลับ เดินเข้าไปในห้องโถง
แล้วช่วยกันหามผู้เฒ่าขึ้นไปบนรถแทรกเตอร์
เจียงหยวนยื่นบุหรี่หนึ่งซองให้เลขานุการกองผลผลิตของบ้านเชียนเหยา “ลุงครับ ที่เหลือคงต้องรบกวนลุงแล้ว”
อีกฝ่ายแม้จะไม่รู้ว่าเจียงหยวนกับเฉียวเยว่หงมีความสัมพันธ์อะไรกัน
แต่ในฐานะเลขานุการกองผลผลิต เขาก็ดูแคลนความประพฤติของพี่ใหญ่เฉียวอยู่แล้ว
เมื่อเฉียวเยว่หงมีเงินค่ารักษาแล้ว เขาก็พยักหน้าพูดว่า “พ่อหนุ่ม วางใจเถอะ ฉันจะดูแลแม่ลูกคู่นี้ให้เอง”
เมื่อส่งรถแทรกเตอร์ออกไปแล้ว
