แววแค้นในดวงตาของจ้าวกว่างเฟิงเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม
เขาจ้องเจียงหยวนเขม็ง
ท่าทางราวกับต้องการบีบให้เจียงหยวนพูดทุกอย่างในใจออกมาให้หมด
เจียงหยวนกลับไม่หวาดกลัวอีกฝ่าย
ตรงกันข้าม เขายิ้มเยาะเล็กน้อย จ้องตาจ้าวกว่างเฟิงเขม็งแล้วกล่าวทีละคำว่า “ลุงจ้าว พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน นิสัยของลุงเป็นยังไง คิดจริง ๆ เหรอว่าผมไม่รู้”
“เมื่อกี้ลุงพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเรือใบติดเครื่องยนต์ของบ้านลุงซื้อมาด้วยเงินกู้ธนาคาร แต่ความจริงเป็นยังไง ลุงน่าจะรู้ดีกว่าใคร”
“เมื่อก่อนตอนยังเป็นกิจการรวมหมู่ บ้านลุงกินข้าวขาวกับแป้งขาวได้ทุกมื้อ แล้วบ้านคนอื่นล่ะ”
“พอมาถึงช่วงการแบ่งที่ดินทำกินให้รายครอบครัว...”
เจียงหยวนพูดถึงตรงนี้ จ้าวกว่างเฟิงก็พลันตวาดขึ้นว่า “ไอ้หนู หุบปากเดี๋ยวนี้!”
“ฉันมาขอยืมเงินแก นั่นเป็นการให้เกียรติแกแล้ว”
“ถ้าแกไม่อยากให้ฉันยืม ก็บอกมาตรง ๆ ว่าไม่ให้ก็จบ จะพูดเรื่องไร้สาระมากมายไปทำไม”
เจียงหยวนไม่ได้โกรธ
เขายกมุมปากขึ้น ยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฮึ ลุงจ้าว อย่าเพิ่งโมโหสิครับ ถึงผมจะไม่ยอมให้ลุงยืมเงิน แต่ผมช่วยให้ลุงพ้นจากสถานการณ์ลำบากตอนนี้ได้”
จ้าวกว่างเฟิงขมวดคิ้วแน่น โบกมือทันทีแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง”
“เรื่องของบ้านฉัน ฉันหาทางแก้เองได้ ไม่ต้องให้แกมาช่วย”
เจียงหยวนยิ้ม มองจ้าวกว่างเฟิงสะบัดมือเดินจากไป
