ซ่งเซียงหลานฟังคำพูดของพี่สะใภ้ใหญ่จบ สีหน้าก็พลันขรึมลง
ที่แท้อวี๋ต้าหวังกินรวบทั้งสองทางนี่เอง
ด้านหนึ่งก็ยื้อบ้านพี่สาวคนโตไว้ อีกด้านก็ขายลูกสาวคนที่สามในราคางาม
สินสอด 400 หยวน แถมยังมีของหมั้นสามอย่างดัง ๆ
ของแบบนี้หาได้ยากในละแวกสิบลี้แปดหมู่บ้าน
มิน่าคนขาพิการถึงแย่งตัดหน้าไปได้
“นี่มันไม่ใช่แต่งลูกสาวแล้ว นี่มันหลอกเอาเงินทั้งสองบ้านชัด ๆ เดี๋ยวนะ คนขาพิการได้เมียไปแล้ว แต่บ้านพี่สาวใหญ่กลับไม่ได้อะไรเลย”
ซ่งเซียงหลานหัวเราะเย็นชา ก่อนลุกขึ้นปัดฝุ่นที่ขากางเกง “พี่สะใภ้ใหญ่ บ้านท่านลุงรองไม่ได้ไปนานแล้ว ในเมื่อเจอกันทั้งที ยังไงก็ต้องเข้าไปทักทายสักหน่อย”
พี่สะใภ้ใหญ่ซ่งเห็นท่าทีของซ่งเซียงหลาน
ก็รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องแน่
เธอรีบดึงสะใภ้ของซ่งเฉียงไว้
“เร็ว ตามป้าทั้งสองคนไป อย่าให้พวกเธอเสียเปรียบทางนั้น คอยดูป้าสามจอมโมโหของเธอไว้ด้วย”
สะใภ้ซ่งเฉียงเช็ดมือ
ขานรับแล้วรีบตามไป
ซ่งเซียงหลานหั่นหมูสามชั้นออกจากเนื้อหมูที่หิ้วมาได้หนึ่งชั่ง ถือแกว่งไปมาในมือ
สมัยนี้ไปเยี่ยมญาติทั้งที ถ้าไม่เอาของไปฝากก็เหมือนตบหน้ากัน
พอถึงหน้าบ้านท่านลุงรอง ข้างในก็ครึกครื้นราวกับมีงิ้วแสดง
ควันในห้องโถงใหญ่ลอยคลุ้ง
ฉุนจนแสบจมูก
กลางห้องมีชายวัยกลางคนร่างผอมคล้ำคนหนึ่งนั่งอยู่ โหนกแก้มสูง ตาสามเหลี่ยม สวมชุดทำงานเก่าคร่ำคร่า กระดุมยังติดผิดรัง
อวี๋ต้าหวังกำลังคุยโวกับท่านลุงรอง น้ำลายกระเด็นกระดอน
“ลูกสาวคนที่สองของบ้านผมน่ะ มีดวงได้ลูกชาย ถ้าคนก่อนหน้าไม่ถูกระเบิดตาย ไม่แน่คงคลอดลูกชายอีกหลายคน ร่างกายแบบนี้ไปแต่งกับใครก็เรียกสินสอดได้สูง”
ข้าง ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งก้มหน้าก้มตา
เธอคืออวี๋เอ้อร์หยา
ก้มหน้า มือทั้งสองขยำชายเสื้อแน่น
ไม่พูดอะไรสักคำ
ท่านป้ารองมองเอ้อร์หยาอย่างพินิจพิเคราะห์ “มีลูกชายก็ดีอยู่หรอก แต่ชื่อเสียว่าเป็นหญิงกินผัวนี่สิ…ฟังแล้วไม่ค่อยดี”
เธอกลอกตาไปมา “ลดสินสอดให้อีกหน่อยได้ไหม?”
“ไม่ได้”
อวี๋ต้าหวังตบต้นขาตัวเองดังป้าบ ๆ
“ลูกสาวผมเป็นคนมีดวงเกื้อหนุนสามี คนก่อนหน้าเป็นอุบัติเหตุ อายุสั้นเอง ไม่เกี่ยวกับเอ้อร์ยาของบ้านผมสักนิด
